[แจ้ง] วันนัดรับฟิค Servant and Gentleman 
 

ก่อนอื่นเลย...ต้องขอโทษจากใจจริงนะคะ เรื่องที่มิ้นท์หายหัวไปร่วม 2 เดือนโดยไม่มีเมลแจ้งความเคลื่อนไหวใดๆ ให้ทราบ  เหตุผลก็เพราะตั้งแต่ตอนที่แจ้งเลื่อนนัดรับและจัดส่งฟิคครั้งล่าสุด มันก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย สถานะของฟิคค้างเติ่งอยู่ที่ "รอจัดส่ง"

แล้วที่ลากมายาวขนาดนี้ก็เพราะ ฮซคย. ไม่มีวันหยุดเลยจริงๆ วันที่ไม่มีเรียนก็ยังต้องไปมหาลัย มีงานนั่นนู่นนี่เข้ามาเรื่อยๆ จนหาเวลาไปส่งฟิคไม่ได้เลยค่ะ  เราไม่เคยสบายใจเรื่องนี้  ไม่มีใครอยากถูกต่อว่า  การที่จัดส่งฟิคไม่ได้มันเหมือนเรากำลังแบกอะไรสักอย่างที่หนักมากๆ เอาไว้บนบ่า  อยากปล่อยวาง อยากโยนทิ้งไป แต่ก็ทำไม่ได้  และเราก็ไม่ได้หนีหายไปไหน ยังเล่นทวิตเตอร์อยู่ทุกวัน จุดนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้าใจและรอได้โดยไม่บ่นว่าอะไรสักคำ เราขอบคุณมากจริงๆค่ะ
 
ส่วนใครที่ส่งเมลมาถามว่าจะส่งฟิคเมื่อไหร่แล้วเราไม่ได้ตอบ ต้องขอโทษจริงๆค่ะที่เราตอบไม่ได้  ด้วยความที่ไม่แน่นอนของเราเอง เราไม่อยากผิดคำพูด (ถึงมันจะผิดมาหลายครั้งแล้วก็เถอะ TT) ไม่อยากสักแต่ว่าตอบแบบส่งๆไปเพื่อเอาตัวรอด  ตั้งใจว่ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ส่งฟิคเมื่อนั้นแล้วค่อยเมลแจ้งทีเดียวจบ เราคิดแค่นั้นจริงๆ โดยที่เราเองก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องลากยาวมาถึงขนาดนี้

ขอโทษจริงๆ ค่ะสำหรับทุกๆ เรื่อง



ทีนี้ก็มาเข้าเรื่องที่ตรงกับชื่อเอ็นทรี่ของเรากันสักทีเถอะ

อาทิตย์นี้พอมีเวลา ก่อนที่มิ้นท์จะต้องไปรบราฆ่าฟันกับวิจัยตัวต่อไป
ตอนนี้ได้ทยอยจัดส่งฟิคออกไปแล้วนะคะ
รายละเอียดของสถานะการจัดส่ง + รหัสพัสดุสามารถตรวจสอบได้ที่เอ็นทรี่ 
 

รอบนัดรับ

สำหรับคนที่ไม่ได้แจ้งที่อยู่ไว้ให้มิ้นท์เพราะว่ายังต้องการรับด้วยตัวเอง
 
สามารถรับฟิคได้วันที่ 19/05/2012 ร้านแมคโดนัลด์(สาขาใหญ่) ชั้น G สยามพารากอน
เวลา 13:00-16:30 ที่เดียวเวลาเดียวกับที่นัดรับฟิค Tone in Heaven Project นะคะ
 
หรือจะรับวันที่ 20/05/2012 ที่งานฟิค รพ. เซ็นหลุยส์ บูธ D3-D4 ก็ได้ค่ะ

ถ้าใครไม่สะดวกสองวันนี้จริงๆ ไว้หลังไมค์มาแล้วกันเนอะ ^^
 
สำหรับคนที่แจ้งรับทางไปรษณีย์ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้เปลี่ยนเป็นรับเองแล้วนะคะเพราะแพคฟิคไปหมดแล้ว
และคาดว่าจะจัดส่งทั้งหมดได้ไม่เกินอาทิตย์หน้า

เพราะฉะนั้น ใครที่จะมารับฟิควันที่ 19 กับ 20 รบกวนแจ้งมิ้นท์ด้วยนะคะ ทางไหนก็ได้

Twitter : @Hizukaya
E-mail : white_feathers@hotmail.com
Phone : 080-422-1224 (เล่นทั้ง Whatapp ,Line และ Cubie)

ใครมีทวิตเตอร์เมนชั่นมาบอกจะชัวร์กว่านะคะ เพราะเมลมันเอ๋อๆ มีแต่สแปมเมลเต็มไปหมด 


ท้ายนี้ ขอบคุณเจ้ตา กับประโยคปลอบใจที่ว่า "ถึงเราจะช้า แต่เราไม่เคยคิดโกง" 
ขอบคุณทุกคนที่เชื่อและไว้ใจเรา ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ


 
hizukaya
16/5/2555
 
 
 
 
 
 
 
เอ็นทรี่นี้เอาไว้ตรวจสอบรหัสพัสดุนะคะ  
รหัสจองไหนอัพพัสดุให้แล้วแปลว่าจัดส่งเรียบร้อยแล้วนะคะ 
ส่วนที่ยังไม่มีรหัสพัสดุ หมายความว่ายังไม่ได้จัดส่งออกไปค่ะ  
เพราะ ฮซคย. แบกทั้งหมดไปไปรษรีณีย์คนเดียว รอบเดียวไม่ไหว
แต่จะส่งตามไปเร็วๆ นี้ค่ะ  สามารถนำรหัสพัสดุไปตรวจสอบได้ที่ 
 
 
ถ้าจำรหัสจองของตัวเองไม่ได้ สามารถเข้าไปดูได้ที่ 
 
 
- มาร์กสีดำคือรหัสเสียนะคะ ไม่ต้องไม่สนใจมัน
- ตัวอักษรสีแดงคือยังไม่ได้ชำระเงินนะคะ
- ถ้าได้รับฟิคเรียบร้อย รบกวนคอมเม้นแจ้งกันด้วยนะคะ แล้วจะเปลี่ยนตัวอักษรเป็นสีเขียวให้ค่ะ
 
 

H001 : RF812123057TH 

H002 : RF812123030TH   

H003 : รับวันที่ 20

H004 : RF812123202TH  

H005 : RF812123180TH  

H006 :   

H007 :                   

H008 :   

H009 :   

H010 : RF812123088TH

H011 :   

H012 : RF812107553TH   

H013 : รับวันที่ 19

H014 : รับวันที่ 20

H015 : RF812123216TH  

H016 :   

H017 :   

H018 :   

H019 :   

H020 :   

H021 : RF812123145TH   

H022 : รับวันที่ 20

H023 :   

H024 : รับวันที่ 20

H025 : รับวันที่ 20  

H026 : RF812107933TH

H027 : RF812123091TH   

H028 : RF812123074TH   

H029 :   

H030 : รับวันที่ 20  

H031 : RF812107880TH

H032 :   

H033 : RF812123105TH  

H034 :   

H035 : RF812107757TH

H036 :   

H037 :   

H038 :   

H039 : RF812107730TH

H040 : รับวันที่ 22

H041 :   

H042 :   

H043 :   

H044 :   

H045 : RF812107669TH

H046 :   

H047 :   

H048 :   

H049 :   

H050 :   

H051 : RF812107920TH

H052 : RF812107876TH

H053 : รับวันที่ 20  

H054 :   

H055 : RF812107831TH

H056 : รับวันที่ 20

H057 : RF812107828TH

H058 : RF812107540TH

H059 :   

H060 :   

H061 : RF812123131TH /                  

H062 :   

H063 :   

H064 : RF812107479TH

H065 : รับวันที่ 19

H066 :   

H067 : RF812107814TH

H068 : นัดรับ

H069 :   

H070 : RF812107496TH

H071 :   

H072 : RF812107536TH

H073 :   

H074 : RF812107598TH

H075 : RF812107584TH

H076 : นัดรับ

H077 :   

H078 : RF812107638TH

H079 :   

H080 : รับวันที่ 20  

H081 :   

H082 :   

H083 : RF812107686TH

H084 :   

H085 :  

H086 : นัดรับ

H087 :   

H088 : RF812107690TH

H089 : RF812107709TH

H090 :   

H091 :   

H092 : รับวันที่ 19  

H093 : RF812123114TH  

H094 : RF812107641TH

H095 : RF812123128TH  

H096 : RF812123065TH  

H097 : RF812123162TH   

H098 :   

H099 :   

H100 :   

H101 : รับวันที่ 20

H102 : รับวันที่ 20  

H103 :                   

H104 : RF812107482TH

H105 :   

H106 :   

H107 : RF812123043TH  

H108 : รับวันที่ 19

H109 :   

H110 : RF812121630TH

H111 :                   

H112 : RF812107726TH

H113 : RE812107712TH

H114 : รับวันที่ 20  

H115 : RF812107845TH

H116 : RF812107916TH

H117 :   

H118 : 

H119 :  รับวันที่ 19 

H120 :   

H121 : RF812107893TH

H122 : นัดรับ

H123 :                   

H124 :   

H125 : รับวันที่ 19

H126 : รับเองวันที่ 20

H127 :   

H128 : รับวันที่ 19 

H129 :   

H130 : RF812107567TH

H131 : RF812107902TH

H132 : รับวันที่ 19 

H133 : RF812107743TH

H134 : RF812107765TH

H135 : RF812107947TH

H136 : RF812107575TH

H137 : นัดรับ

H138 : RF812107791TH

H139 : RF812107774TH

H140 :   

H141 : รับวันที่ 20

H142 :   

H143 : รับวันที่ 20

H144 :   

H145 :   

H146 : RF812107522TH

H147 : รับวันที่ 20

H148 :   

H149 : รับวันที่ 22

H150 : รับวันที่ 22

H151 :   

H152 :   

H153 :   

H154 : RF812107805TH

H155 : RF812107615TH

H156 :   

H157 : RF812107655TH

H158 :   

H159 : RF812107519TH

H160 :   

H161 :   

H162 : EI565359533TH   

H163 :   

H164 :   

H165 : นัดรับ

H166 : RF812107607TH

H167 :   

H168 :   

H169 :   

H170 : RF812107788TH

H171 :   

H172 :   

H173 : รับวันที่ 20

H174 :   

H175 :   

H176 :   

H177 : RF812107624TH

H178 :   

H179 :   

H180 : RF812123193TH  

H181 : RF812107505TH

H182 :   

H183 : RF812123159TH   

H184 :   

H185 :   

H186 :

H187 : RF812107862TH

 
 
 
 
 
ขอบคุณค่ะ ^^
 
 
 
 

[SF] ... Can You Keep a Secret? ... [YJ]

posted on 06 Mar 2012 22:07 by hizukaya
.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Can You Keep a Secret?


















คุณเก็บความลับเก่งแค่ไหน?
ถ้าคุณเก็บความลับได้… 
คิมแจจุงคนนี้มีความลับจะบอก


เรื่องของเรื่องคือ…เมื่อตอนแปดขวบ
ชองยุนโฮสาบานอย่างจริงจังว่าจะแต่งงานกับผมให้ได้


แต่ผมเป็นผู้ชายนะ…แล้วจะให้ผมแต่งงานกับผู้ชายได้ยังไงกันเล่า!?
แต่ยุนโฮก็ยังยืนยันที่จะแต่งงานกับผมให้ได้ จนผมเริ่มจะใจอ่อน…


ผมรับปากว่าจะแต่งงานกับเขาเมื่อโตขึ้น
แต่มีข้อแม้ว่า…ก่อนที่เราจะโตและแต่งงานกันได้
อย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเรา “คบกัน” 


นี่แหละฮะ ความลับของผม
รู้แล้วก็ช่วยเหยียบให้มิดด้วยนะฮะ!!


สุดท้าย…อย่าไปบอกเขานะฮะ
ว่าถึงผมจะเล่นตัวบ้างอะไรบ้าง

แต่ผมก็อยากแต่งงานกับเขามากจริงๆ





.

.

.




"แจจุง ระวัง!!!!!" 

มีสัญญาณเตือนมาจากในสนามให้เจ้าของนามทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยจากลูกวอลเลย์บอลที่กำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง แต่การเตือนที่กระชั้นชิดแบบนี้บวกกับการที่คิมแจจุงกำลังคุยอย่างสนุกสนานออกรสกับชเวซีวอน กว่าจะรู้ว่าภัยกำลังมาถึงตัวก็ตอนที่...

ตุ้บ

ตอนที่ลูกวอลเลย์บอลชนเข้ากับศีรษะของแจจุงเต็มๆ นั่นไง

"โอ๊ย...ใครวะ" แจจุงสบถพร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเอง พอมองเห็นอะไรชัดเจนหลังจากที่เมื่อครู่มองเห็นดาวบนหัวอยู่พักใหญ่ จึงได้เห็นว่าทุกคนในสนามวอลเลย์บอลชี้นิ้วไปยังทิศทางเดียวกันทั้งหมดเพื่อฟ้องว่าใครเป็นคนที่ทำให้คนอย่างคิมแจจุงต้องเจ็บตัว

นึกว่าใคร ... ชองยุนโฮนี่เอง

การแข่งขันมีอันต้องชะงัก ร่างสูงโปร่งรีบวิ่งมาที่ขอบสนามเพื่อรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

"ขอโทษนะแจจุง ฉันไม่ได้ตั้งใจ"

"ไม่ได้ตั้งใจบ้านป๊านายสิ เต็มหัวเลยเนี่ย ฮื่อออ!" 

"ไม่เป็นไรนะครับแจจุง เดี๋ยวผมจะพาไปห้องพยาบาล" คนที่นั่งอยู่ข้างแจจุงเมื่อครู่นี้แท้ๆ แต่กลับกระโดดหลบทันหวุดหวิดอย่างชเวซีวอนแทรกขึ้นมา แขนเรียวยื่นออกไปตั้งใจจะประคองร่างบาง แต่ก็ถูกมือของยุนโฮปัดออก

"ไม่ต้องยุ่ง" ตาเรียวจ้องซีวอนเขม็ง

"..."

"ฉันทำเขาเจ็บ ฉันต้องรับผิดชอบ ฉันจะเป็นคนพาเขาไปห้องพยาบาลเอง...มาเถอะแจจุง" ประโยคหลังบอกคนที่ยืนเอามือกุมหัวด้วยสีหน้าเจ็บปวดก่อนที่ยุนโฮจะเป็นฝ่ายประคองร่างของแจจุงออกจากโรงยิมไป




---------------------------




“อ้าว...อาจารย์ไม่อยู่แฮะ" 

โชคไม่เข้าข้างเมื่อผลักประตูเปิดเข้ามาในห้องพยาบาลแล้วพบว่าไม่มีใครสักคน ชองยุนโฮเดินนำเข้ามาก่อน ตามองสำรวจไปรอบห้องก่อนหยุดลงที่โต๊ะทำงานของอาจารย์ "ไปสอน อีกตั้งสองคาบกว่าจะกลับ"

ตารางสอนที่ติดอยู่บนโต๊ะมันบอกเขาแบบนั้น

"ทำอะไรสักอย่างไม่ได้หรอยุนโฮ ก่อนที่หัวฉันจะปูดไปมากกว่านี้" 
ร่างบางนั่งลงที่ปลายเตียงหลังหนึ่ง สีหน้าบิดเบี้ยวเหยเกขณะที่มือยังคงกุมศีรษะ

"ไหนมาดูซิ" ยุนโฮถลาเข้าไปยืนตรงหน้าแจจุง จับมือบางออกเพื่อจะดูรอยนูนแดงให้ชัดๆ ทว่าเพียงเพียงแค่แตะเท่านั้น คนหน้าหวานก็ร้องลั่น

"โอ๊ย...เจ็บนะ เบาๆ หน่อยสิ"

"ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้โดนนายเลยจริงๆ แค่พลาดเป้าไปนิดเดียวเอง" น้ำเสียงบอกชัดว่ารู้สึกผิด แต่ทำไมประโยคหลังถึงฟังดูแปลกๆ?

"พลาดเป้า? หมายความว่ายังไง"

"เอ่อ...ก็..."

"อธิบายมาเดี๋ยวนี้" คนสวยตีหน้าดุใส่ 

"ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แจจุงเจ็บจริงๆนะ บอกแล้วไงว่ามันพลาดเป้า...ความจริงคนที่ฉันเล็งคือซีวอนต่างหาก"

"ซีวอนทำไม"

"ไม่ทำไม แค่หมันไส้ที่มันมาเกาะแกะนาย" 

คิดแล้วก็หงุดหงิดไม่หาย ทั้งที่เขาลงแข่งอยู่แท้ๆ แจจุงควรจะตั้งใจดูสิ ตอนแรกมันก็เป็นแบบนั้น จนกระทั่งชเวซีวอนมานั่งลงข้างๆแจจุงแล้วชวนคุย ยุนโฮยอมไม่ได้ที่ซีวอนทำให้แจจุงละสายตาไปจากเขา แบบนี้มันหยามกันชัดๆ ยิ่งเห็นแจจุงทั้งยิ้มทั้งหัวเราะไปกับหมอนั่นด้วยแล้วยิ่งหงุดหงิด เขาไม่มีสมาธิจะแข่งอีกต่อไปแล้ว 

รู้ตัวอีกทีก็ตบลูกวอลเลย์บอลให้พุ่งไปหาไอ้หมอนั่นเสียเต็มแรง

น่าเจ็บใจที่ซีวอนมันตาไวเลยหลบทัน คิมแจจุงเลยต้องรับเคราะห์ไปเต็มๆ



พอได้ฟังเหตุผลแล้วแจจุงถึงกับถอนหายใจ

"ยุนโฮ! เหตุผลของนายมันไร้สาระมากเลยนะ"

"ฉันรู้...ก็แล้วทำไมล่ะ คนมันหึงนี่"

แก้มใสแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยที่ได้ยินคำนี้จากปาก "คนรัก" แต่ถึงยังไง สิ่งที่ยุนโฮทำลงไปก็ไม่ถูกต้อง

"หัดควบคุมอารมณ์หน่อยสิ ซีวอนไม่รู้นี่ว่าฉันกับนาย..." 

เสียงหวานขาดหายไปในท้ายประโยคด้วยความเขินอาย

ไม่มีใครรู้ว่าแจจุงกับยุนโฮกำลังคบกัน ไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขาสองคนเท่านั้น

"ก็ทำให้รู้สิ! ฉันอยากแหกปากบอกทุกคนจะแย่แล้วว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน!"

"เบาๆ สิยุนโฮ เดี๋ยวมีใครได้ยินเข้า" แจจุงปราม พลางมองไปทางหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกใสด้วยเกรงว่าจะมีใครเดินผ่านมา

ชองยุนโฮถอนหายใจแรงๆ รู้สึกอึดอัดจนไม่รู้จะหาทางระบายออกได้อย่างไร




แจจุงกับยุนโฮรู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้เพราะรั้วบ้านติดกัน 

ด้วยฐานะที่เท่าเทียม ประกอบกับการที่ทั้งสองตระกูลมีลูกชายที่เกิดในปีเดียวกัน พ่อแม่ของพวกเขาจึงคาดหวังว่าแจจุงกับยุนโฮจะเป็นเพื่อนเล่นให้กันและกันได้ ความจริงมันก็เป็นแบบนั้น ถ้าไม่ติดที่ว่าชองยุนโฮในวัยแปดขวบเกิดบ้าอะไรขึ้นมาไม่รู้ลุกขึ้นมาขอคิมแจจุงแต่งงานกลางสนามเด็กเล่นในหมู่บ้าน แจจุงอายมากที่เด็กคนอื่นๆ พากันหัวเราะแล้วก็ล้อเขา แจจุงจึงปฏิเสธยุนโฮไปอย่างใจร้ายนัก

เรื่องนี้ทำให้ยุนโฮเสียใจมากถึงมากที่สุด เด็กชายผู้มีใบหน้าติดจะหล่อเหลาตั้งแต่เยาว์วัยมีอาการซึมเศร้า ไม่ทานข้าว ไม่ออกไปไหน ไม่พูดไม่จากับใครทั้งนั้น พ่อกับแม่ก็พากันเป็นห่วงด้วยไม่รู้เหตุผลว่าบุตรชายคนเดียวของตนเป็นอะไร จึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อนบ้าน เรื่องถึงหูแจจุงเข้า แม้จะยังเคืองอยู่นิดๆ ที่ยุนโฮทำให้เขาต้องอับอาย แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ความห่วงใยย่อมมีมากกว่า แจจุงวิ่งไปหายุนโฮที่บ้านแต่สุดหล่อก็ไม่ยอมเปิดประตูห้องนอนออกมาเจอหน้า จนแจจุงต้องยอมทุกอย่าง แจจุงรับปากว่าจะแต่งงานกับยุนโฮ แต่มีข้อแม้ว่าต้องรอให้พวกเขาโตเสียก่อนแล้วก็อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด

แหม...ก็แจจุงอายนี่นา 

เขารักยุนโฮนะ 

แต่ก็ไม่อยากถูกเพื่อนๆล้อ


จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเก้าปีแล้ว

"ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ ช่วงนี้มีคนมาวุ่นวายกับนายมากเกินไปแล้ว" ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมห้องอย่างซีวอน แต่ยังมีรุ่นพี่ยงฮวา พี่ดองวุค ยูอาอิน คิมฮยอนจุง และอื่นๆ อีกมากมายที่ตามจีบแจจุง อย่าคิดว่าเขาไม่รู้อะไรนะ ถึงจะทำตัวเป็นคนรักอย่างเปิดเผยไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้แจจุงคลาดสายตานานเกินกว่าห้านาทีหรอก

"นายเองก็เนื้อหอมจนมีสาวๆ รุมตอมเหมือนกันนี่นา" แจจุงย้อนเข้าให้ แล้วยิ้มกว้างจนตาหยี

ชองยุนโฮเองก็ใช่ย่อยซะทีไหน ตอนเด็กๆ ว่าหล่อแล้วโตขึ้นมายิ่งหล่อจัด จนแม้แต่แจจุงเองก็ยังอดจะใจสั่นไม่ได้ ทั้งที่เขาโตมากับยุนโฮแท้ๆ น่าจะชินได้แล้วกับทุกๆ อย่างที่รวมกันเป็นชองยุนโฮ แต่ให้ตายสิ...ดูเหมือนยุนโฮจะยิ่งดูหล่อขึ้นทุกวัน เท่ขึ้นทุกวัน จนแจจุงแอบกลุ้มใจเบาๆ กับรายชื่อของสาวๆ ที่ประกาศตัวเป็นแฟนคลับของยุนโฮอย่างเปิดเผย

เอาเข้าจริง แจจุงกับยุนโฮก็เนื้อหอมมากพอกันทั้งคู่นั่นแหละ

"น่ารำคาญจะแย่ ฉันว่าเราจบปัญหานี้ด้วยการบอกความจริงกับทุกคนเถอะ"

"ไม่ได้นะ" แจจุงรีบร้องขัด 

"ทำไมล่ะ มันน่าอายมากนักหรือไงที่คบกับฉัน" คิดแล้วก็อดจะน้อยใจไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาต้องอดทนเก็บความลับเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับแจจุงมาตลอด ทั้งที่อยากบอกกับทุกคนจะแย่ว่าคิมแจจุงเป็นของเขา

ยอมรับก็ได้ว่าเขาเป็นคนขี้อวด 

เขามีทุกอย่างที่ทำให้หลายคนต้องอิจฉา จะไอโฟน ไอแพด เขาก็ได้ครอบครองรุ่นใหม่ล่าสุดก่อนที่สตีฟ จ๊อบส์จะปล่อยออกสู่ท้องตลาด มันช่วยไม่ได้นี่นาที่พ่อเขาใหญ่ แล้วทำไมล่ะ...ทั้งที่เขามีแฟนที่น่ารักมากที่สุดในโลกอย่างแจจุงแท้ๆ แต่กลับอวดใครไม่ได้ ยุนโฮต้องอารมณ์เสียทุกครั้งที่เพื่อนสนิทในกลุ่มควงแฟนมาอวด 

"ไม่ใช่แบบนั้น..." แจจุงโตแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ ที่จะต้องมาอายเพราะกลัวถูกเพื่อนล้อ 
"นายอาจจะไม่เคยคิดเรื่องนี้ แต่ยังไงเราก็เป็นผู้ชายทั้งคู่นะ"

"แล้วไง ได้ข่าวว่าไอ้พวกที่มันตามจีบนายอยู่ก็ผู้ชายเหมือนกันนะ" 

"ใจเย็นๆ สิยุนโฮ" บอกเมื่ออีกฝ่ายเริ่มจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เขากลัวใครจะมาได้ยินเข้า แจจุงระมัดระวังตัวเสมอ และทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวยุนโฮเอง "ถ้าเราบอกความจริงออกไป คนที่ตามจีบฉันกับนายอาจจะน้อยลงก็จริง แต่เคยคิดบ้างมั้ยว่าพ่อกับแม่เราจะว่ายังไง ท่านเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมนะ คนจะมองท่านยังไงที่ลูกชายท่านเป็นพวกรักร่วมเพศ"

"ฉันไม่เห็นจะสนเรื่องพรรค์นั้นสักนิด" นั่นมันเรื่องของพ่อกับแม่ แล้วทำไมเขาต้องสน? "อีกอย่าง...ฉันไม่ใช่พวกรักร่วมเพศสักหน่อย เพียงแต่ถ้าไม่ใช่นาย ฉันก็ไม่เอาใครแล้ว"

"เอาแต่ใจตัวเอง" คนสวยเบ้ปาก ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกกำลังพองโตขึ้นมาเพราะคำพูดของยุนโฮแท้ๆ

เขาเองก็คงเหมือนยุนโฮล่ะมั้ง ถ้าไม่มียุนโฮ...แจจุงก็ไม่มีใคร

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่หัวใจของเขามันเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้ชายคนนี้

"แต่งงานกันเลยดีมั้ย เดี๋ยวให้แม่ไปขอ" อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ทำแจจุงหน้าแดงได้อีก

"จะบ้าหรอ"

"ฉันรอมาเก้าปีแล้วนะ"

"รอต่อไปอีกหน่อยก็ไม่ตายนี่"

"โธ่...คุณคนสวยครับ จะทรมานผมไปถึงไหน" 

ชองยุนโฮแทบจะลงไปดิ้นกับพื้น แจจุงหัวเราะเบาๆ กับท่าทางและสรรพนามที่ยุนโฮเรียกเขา

"ฉันรับปากแล้วว่าจะแต่งกับนาย ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก สักวันก็ต้องได้แต่ง เว้นแต่ว่านายจะรอไม่ไหวหรือไม่อยากแต่งกับฉันแล้ว ฉันก็ไม่ว่าอะไร ทั้งหมดนี่ก็เพื่อนายนะยุนโฮ ถ้าวันหนึ่งนายเจอใครที่ถูกใจจนอยากไปจากฉัน เรื่องของเราก็จะจบลงอย่างง่ายๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามันเริ่มต้นเมื่อไหร่...ถ้าเรื่องของเรายังเป็นความลับต่อไป แฟนใหม่นายคงดีใจที่ได้เป็นคนรักคนแรกของนายนะ" น้ำเสียงหวานใสเป็นปกติ กับใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มจะรู้หรือไม่ ว่าทุกคำพูดที่ออกมาจากปากกำลังทำร้ายอีกคนมากแค่ไหน

"ทำไมถึงพูดเหมือนไม่รักกัน"

"..."

"ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะเลิกกับนายเลยสักครั้ง ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง...ถ้าไม่ใช่นาย ใครหน้าไหนฉันก็ไม่เอา" ยุนโฮไม่ได้ตวาด แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเน้นย้ำชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ถ้าการที่นายรับปากฉันเมื่อเก้าปีที่แล้วมันกลายเป็นการผูกมัด และทำให้นายอึดอัดจนต้องนับวันรอว่าเมื่อไหร่ฉันจะเลิกกับนายสักทีล่ะก็...เลิกกันก็ได้"

"ชองยุนโฮ!" คนสวยเรียกเมื่อร่างสูงกำลังจะเดินหนีเขาออกจากห้องพยาบาลไป 

ถ้าคุณรู้จักพวกเขามามากกว่าเก้าปีเหมือนที่พวกเขารู้จักกันและกันล่ะก็ คุณจะรู้เหมือนที่แจจุงรู้ว่าชองยุนโฮเป็นผู้ชายที่เจ้าอารมณ์ ขี้อวดและขี้น้อยใจมากแค่ไหน เดือดร้อนคิมแจจุงต้องคอยตามง้อทุกครั้ง แต่หลายครั้งแจจุงก็ดัดนิสัยยุนโฮด้วยการปล่อยให้งอนไป แจจุงไม่ง้อ...ไอ้หมีหล่อเลยเป็นฝ่ายทุรนทุราย หายงอนเองโดยอัตโนมัติ 

ก็เป็นซะอย่างงี๊ไง ถึงได้คบกันมาได้ตั้งเก้าปี

"อะไร" ใบหน้าหล่อหันกลับมา ทั้งที่จะทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินแล้วเดินออกไปเลยก็ย่อมได้ 

แต่คนอย่างชองยุนโฮเคยงอนจริงจังซะที่ไหน จริงจังมากไม่ได้...เดี๋ยวแจจุงไม่ง้อ

"กลับมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ รับผิดชอบในสิ่งที่นายทำกับฉันด้วยสิ เจ็บหัวจะตายอยู่แล้ว ชวนคุยอยู่ได้ตั้งนาน หัวโนรึเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย" เป็นเหตุผลให้ร่างสูงต้องย่ำเท้าเดินกลับมาสนใจรอยบวมแดงบนศีรษะของคนรักโดยไม่มีข้อแม้ 

"แล้วต้องทำยังไงล่ะ อาจารย์ยุนนาไม่อยู่ด้วย ต้องใช้น้ำแข็งประคบหรือเปล่านะ?" บ่นเบาๆ อย่างไม่แน่ใจ เขารู้เรื่องการปฐมพยาบาลซะที่ไหน เอาความจริงก็คือ...ชองยุนโฮไม่เคยรู้อะไรสักอย่าง รู้แค่ว่ารักแจจุงมากที่สุดก็เท่านั้น 

"เจ็บ...อื้ออ..." คนสวยนิ่วหน้า เมื่อยุนโฮก้มลงมาดูอาการใกล้ๆ ความจริงก็ไม่ได้เจ็บสักเท่าไหร่หรอก แค่อยากอ้อนอีกฝ่ายให้สนใจกัน สีหน้าของยุนโฮในตอนนี้ดูเป็นห่วงแจจุงอย่างจริงจัง เห็นแบบนี้แล้วก็อดจะให้รางวัลไม่ได้

...จุ๊บ...

ริมฝีปากอุ่นนุ่มแตะลงบนผิวแก้มคร้ามแดดแผ่วเบาแล้วผละออก

ราวกับว่ามีใครกดปุ่มสต๊อปให้โลกทั้งใบหยุดหมุน ทั้งสองคนต่างก็นิ่งไปหลายวินาทีก่อนที่แจจุงจะก้มหน้างุด ซ่อนสีแดงๆ บนใบหน้า และชองยุนโฮก็ทำเป็นแสร้งกระแอมไอทั้งที่ไม่ได้มีอะไรติดคอเลย

"ทำแบบนี้ เดี๋ยวฉันก็..."

"....??"

"อดใจไม่ไหวจับปล้ำซะตรงนี้หรอก!"

"เฮ้ยย อย่านะ" ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงได้ทันเวลาก่อนที่ยุนโฮจะรวบตัวเขาไว้ในอ้อมแขน แจจุงวิ่งไปด้านหลังโต๊ะอาจารย์ลียุนนา

"แน่จริงก็อย่าหนีสิ"

"ก็ไม่แน่จริงไง เลยต้องหนี" แลบลิ้นใส่ร่างสูงไปเสียหนึ่งที

"ถ้าฉันจับนายได้เมื่อไหร่ จะฟัดให้แก้มช้ำเลยคอยดู"

"คิดว่าจะยอมให้จับง่ายๆ หรือไงเล่า"

แล้วทั้งสองคนก็วิ่งไล่จับกันเป็นเด็กๆ อยู่ภายในห้องพยาบาลที่ไม่ได้กว้างขวางเท่าสนามเด็กเล่นที่หมู่บ้านของพวกเขา แจจุงวิ่งหนียุนโฮจากโต๊ะอาจารย์ไปที่เตียง แล้วก็วิ่งจากตรงนั้นไปตรงนี้ พอยุนโฮดึงม่านปิดรอบเตียงเลยทำให้แจจุงเคลื่อนที่ได้ลำบากมากขึ้น จนในที่สุดทั้งคู่ก็ล้มลงไปบนเตียงพักฟื้นจนได้ ยุนโฮใช้สองแขนคร่อมร่างของแจจุงเอาไว้ ดวงตาเรียวแพรวพราวเจ้าเล่ห์ ร่างสูงแลบลิ้นเลียริมฝีปาก

"อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ" ไม่รู้ว่าเพราะวิ่งจนเหนื่อยหรือว่าเขินกันแน่ แต่สองแก้มก็แดงปลั่งไปด้วยเลือดฝาด

"แล้วรู้หรอว่าฉันจะทำอะไร"

"ยุนโฮ...นี่มันห้องพยาบาลนะ อื้อ~" 

ห้ามไม่ทันแล้ว...

ใบหน้าคมโน้มลงประกบเรียวปากร้อนลงบนกลีบอิ่มแดงจัด 
แล้วคนที่บอกว่า "อย่า" ก็ตอบรับสัมผัสคุ้นชินนี้โดยไม่ขัดขืนอะไรเสียด้วยสิ



พรึบ!


ผ้าม่านรอบเตียงถูกกระชากเปิดออก 

เรียวปากหยักผละออกจากริมฝีปากอิ่มด้วยความตกใจ ยุนโฮหันขวับไปมองใครอีกคนที่ยืนมองพวกเขาอยู่ตรงปลายเตียง

ดวงตาที่อยู่หลังแว่นหนากรอบสีเหลี่ยมเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างน้อยๆ

ชิมชางมิน...หัวหน้าห้องของพวกเขาเองก็ดูจะตกใจไม่แพ้กัน มีเพียงสองคำที่หลุดลอดริมฝีปาก



"พวกนาย..." 
 


---------------------------------------------
 
 
 

จากการสอบสวนทราบว่า ชิมชางมิน ได้รับคำสั่งจากครูวิชาพละศึกษาให้มาดูอาการแจจุงพร้อมทั้งตามยุนโฮกลับไปแข่งต่อ เพราะถ้าไม่มียุนโฮ ทั้งทีมก็จะแข่งไม่ได้และถูกปรับให้แพ้ไป แล้วคะแนนสอบกีฬาประเภทวอลเลย์บอลก็จะกลายเป็นศูนย์ แต่ตอนนี้นอกจากชางมินจะไม่ได้ตัวยุนโฮกลับไปแล้ว เขาเองก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้เช่นกัน 

เพราะชองยุนโฮกำลังขู่ฆ่าเขาอยู่!

"นายมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดอะไร" สุดหล่อรวบคอเสื้อชางมินไว้ เสียงแหบต่ำดังลอดไรฟัน

"แล้วทำไมฉันถึงจะไม่พูดล่ะ" ถ้าคิดว่าคนอย่างชิมชางมินจะยอมคนล่ะก็...ผิดแล้ว 

ถึงภายนอกจะดูเหมือนเด็กเนิร์ดแว่นหนา ที่มักจะกลายเป็นเหยื่อของพวกอันธพาลในโรงเรียน แต่สำหรับชิมชางมินคนนี้ไม่ใช่ เขาพูดน้อย ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ฉลาดเป็นกรด มีอาชีพหลักเป็นแฮกเกอร์ ส่วนอาชีพเสริมคือการเป็นนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆ แล้วคิดว่าคนอย่างเขาจะปล่อยให้ข้อมูลที่สามารถสร้างผลประโยชน์แก่เขาได้มหาศาลหลุดมือไปง่ายๆ อย่างนั้นหรอ?

"เพราะว่าถ้าพูด ฉันจะฆ่านาย"

"ยุนโฮ! ไม่เอาน่า" พอเห็นว่าเรื่องมันชักจะเลยเถิดไปกันใหญ่ แจจุงจึงเข้ามาขัด แล้วดันร่างหนาของยุนโฮให้ออกไปห่างๆ เพื่อนร่วมห้องอย่าง
ชางมิน ก่อนจะก้มศีรษะขอโทษขอโพยอีกฝ่ายยกใหญ่ "ฉันต้องขอโทษแทนยุนโฮด้วยนะ ที่พูดจาไม่ดีกับนาย"

"ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือคนบ้า" ว่าพลางจัดแจงปกเสื้อนักเรียนของตัวเองเสียใหม่

"สงสัยไอ้นี่จะอยากตายจริงๆ"

"ยุนโฮ!!"

มือที่ยกขึ้นจะหมายจะทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมห้องต้องชะงักค้างกลางอากาศ 
ไอ้หมีจำต้องลดมือลงแล้วแสร้งทำเป็นเกาหัวแทน 

ชางมินกระตุกยิ้มร้ายพลางคิดในใจว่าไม่ทันไรชองยุนโฮก็...กลัวเมียซะแล้ว

"ฉันรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ห้ามนายไม่ให้พูดเรื่องนี้ แต่ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะชางมิน ช่วยเก็บเรื่องที่นายเห็นวันนี้ไว้เป็นความลับได้มั้ย" 

ยุนโฮแทบคลั่งเมื่อเห็นแจจุงทำหน้าตาน่ารักออดอ้อนขอร้องไอ้หน้าเนิร์ดนี่ คันไม้คันมืออยากจะตั๊นหน้าให้แว่นหักสักที แต่พอเห็นสายตาของแจจุงที่มองมาเหมือนรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรแล้ว ชองยุนโฮเลยต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้

"พวกนาย เหมาะสมกันดีนะ" ว่าพลางมองหน้าแจจุงสลับกับยุนโฮราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง 
"...แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย"

แจจุงเหลือบมองยุนโฮ เพราะรู้ว่าใจจริง...ยุนโฮคงอยากให้ชางมินออกไปป่าวประกาศเรื่องนี้ใจแทบขาด แต่ที่ทำเป็นเก็กขู่จะฆ่าชางมินก็เพราะว่ายุนโฮเคารพการตัดสินใจของเขา ยุนโฮแคร์เขามากแค่ไหน ทำไมแจจุงจะไม่รู้...

"เพราะอะไรหลายๆ อย่างน่ะ" คนสวยถอนหายใจ "ฉันกลัวว่าถ้าพ่อแม่ของเรารู้เรื่องนี้เข้า ท่านอาจจะรับไม่ได้"

พูดแค่นี้ชางมินก็พอเข้าใจ...แล้วมันก็น่าจะเป็นอย่างที่แจจุงกลัวนั่นแหละ

ชางมินรู้ดีว่าพ่อแม่ของแจจุงกับยุนโฮเป็นใคร สองตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งและมีหน้ามีตาในสังคม 
ท่านนายพลคิมพ่อของแจจุงเป็นถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศ ในขณะที่พ่อของยุนโฮก็เป็นถึงประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งสองท่านมีแนวคิดที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ ต่อต้านเพศที่สาม และพวกรักร่วมเพศ

แจ็คพอตแตกจริงๆ ที่บุตรชายเพียงคนเดียวของทั้งสองท่านดันมารักกันซะอย่างนั้น

"แล้วฉันจะได้อะไรจากการปิดปากเงียบ" 

ไม่ใช่ว่าไม่เห็นใจทั้งคู่นะ แต่สำหรับชางมิน คำว่าข้อมูล...เป็นสิ่งที่มูลค่า และสามารถเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินได้ ยิ่งข้อมูลนั้นๆ ถูกเก็บเป็นความลับมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น แล้วการที่บังเอิญมารู้ความลับสุดยอดที่อาจจะพัวพันไปถึงความมั่นคงระดับประเทศแบบนี้ด้วยแล้ว มันเป็นกำไรชีวิตของเขาชัดๆเลยไม่ใช่หรอ?

"จะเอาอะไรล่ะ ฉันให้นายได้ทุกอย่าง" ยุนโฮที่ดูจะใจเย็นลงแล้วบอก

ชางมินยิ้มร้ายกาจ -- เห็นมั้ยล่ะว่าข้อมูลนี้มันมีมูลค่ามหาศาลจริงๆ

"ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้ แต่ฉันจะรับข้อเสนอของพวกนายเอาไว้ก็ก่อนแล้วกัน สาบานว่าจะรูดซิบปากให้สนิทเลย ปกติฉันก็ไม่ได้คุยกับใครอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงไป แต่ถ้าฉันมีของที่อยากได้ขึ้นมาเมื่อไหร่...ก็ช่วยรักษาคำพูดด้วยแล้วกัน" จบประโยคก็ตบบ่ายุนโฮเบาๆ 

“อ้า…ใช่ นายน่ะ น่าจะรีบกลับไปเข้าทีมสอบวอลเลย์บอลต่อนะ ก่อนที่จะโดนเพื่อนร่วมทีมนายรุมประชาประชาทัณฑ์ เพราะว่านายเป็นต้นเหตุทำให้สอบตกกันยกทีม”

นาทีนี้ยุนโฮเห็นชัดถึงอันตรายของคนตรงหน้า

เขาเชื่อว่าชิมชางมินจะไม่แพร่งพรายเรื่องของเขากับแจจุงออกไป

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ชางมินนึกออกว่าต้องการอะไร

บางที ไอ้หมอนี่อาจจะทำให้เขากลายเป็นบุคคลล้มละลายก็ได้ ใครจะรู้




----------------------------------------------




ลูกบอลที่ทำจากโฟมเม็ดเล็กๆ หลายเม็ดอัดกันแล้วหุ้มด้วยผ้า ความจริงมันคือของเล่นที่ชองยุนโฮควรจะทิ้งไปนานแล้ว แต่เขากลับค้นพบว่ามันมีประโยชน์อย่างมากสำหรับใช้ในการเรียกร้องความสนใจจากคิมแจจุง

...ตุ้บ...

บอลลูกที่หนึ่งกระทบเข้ากับประตูกระจกก่อนจะกลิ้งตกลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้น ชองยุนโฮเขวี้ยงลูกที่สองออกไป และกำลังจะเขวี้ยงลูกที่สามแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเจ้าของระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามกันเลื่อนบานประตูเปิดออกมาเสียก่อน

"มีอะไร?" แจจุงอยู่ในชุดนอนสีฟ้าอ่อนลายลูกสุนัขขนปุยตัวเก่ง คิ้วบางขมวดชนกันเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยพอใจ จริงๆ ก็ทำหน้าแบบนี้ทุกครั้งที่ถูกยุนโฮเรียกให้ออกมาเจอกันตรงระเบียงห้องนอนนั่นแหละ

เจ้าของลูกบอลโฟมอัดเม็ดยกมือเท้าคางกับขอบระเบียง

"เปลี่ยว...คืนนี้ขอนอนด้วยคนได้มั้ย"

"ต่อให้บอกว่าไม่ได้ ก็จะไม่ยอมใช่มั้ยล่ะ" เบ้ปากตอบกลับไปอย่างรู้ทัน 

ก็ชองยุนโฮน่ะดื้อรั้นจะตาย ต่อให้บอกว่าไม่ เจ้าตัวก็จะลงไปชั้นล่างแล้วเดินเข้ามาทางประตูบ้านเขา ทักทายคนในครอบครัวเขาสองสามคำแล้วก็เดินขึ้นบันไดมาที่ห้องนอนของเขาอย่างง่ายดาย ต่อให้ดึกดื่นแค่ไหน แต่ชองยุนโฮคนนี้ก็เข้าออกบ้านเขาได้โดยไม่มีปัญหา บางทีก็อยากถามแม่ของเขาเหมือนกันนะว่า แม่ปล่อยให้ยุนโฮขึ้นมาหาเขาบนห้องนอนนี่คิดว่ายุนโฮมาชวนเขาตีปังย่าหรือไง?

นั่นคือในกรณีที่แจจุงบอกว่า "ไม่" นะ แต่ถ้าบอกว่ายอมให้นอนด้วยล่ะก็...

ชองยุนโฮก็จะปีนข้ามหลังคาบ้านแล้วเข้ามาทางระเบียงห้องเลยไง

"ไม่เอา" แจจุงบอกออกไปอย่างเด็ดขาด คุณหมีหล่อทำหน้าหงิกทันทีก่อนที่ประโยคต่อมาจะทำให้ฉีกยิ้มกว้าง "เดี๋ยวตกหลังคาตาย ลงไปข้างล่างแล้วเข้ามาทางประตูซะดีๆ ฉันไม่ได้ล็อกประตูห้องนะ เปิดเข้ามาได้เลย"

เพียงเท่านี้ ไม่กี่นาทีต่อมาชองยุนโฮก็ได้เข้ามากอด หอมแก้มคนรักซ้ายทีขวาทีสมใจอยาก

"อื้ออ...ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นนะ"

"เห็นก็ดี จะได้เคลียร์ให้จบๆ กันไปเลย"

"จบแบบ...ฉันกับนายถูกจับแยกกันล่ะสิไม่ว่า" 

คนสวยหัวเราะเบาๆ แต่อีกคนไม่ได้ขำไปด้วยเลย ยุนโฮคลายอ้อมกอดออกแล้วนอนแผ่ลงบนเตียง ดวงตาจ้องมองเพดาน แจจุงจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ โดยหนุนศีรษะเอาไว้บนต้นแขนของยุนโฮ 

"อาจดูเหมือนฉันไม่ค่อยคิดอะไร แต่นายรู้มั้ยว่าความจริงแล้วฉันเอาแต่คิดเรื่องของเราอยู่ตลอดเวลา" มือใหญ่ลูบหัวแจจุงเบาๆ

"อื้อ...รู้สิ" คบกันมาตั้งกี่ปี แล้วทำไมจะไม่รู้ 

ชองยุนโฮที่ภายนอกดื้อรั้น เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ ขี้งอน งี่เง่า ดูไม่มีเหตุผล แต่ความจริงแล้วเป็นคนที่รู้ดีเสมอว่าเวลาไหนควรทำอะไรหรือแสดงออกแบบไหน เพราะแจจุงเป็นคนคิดมากและชอบกังวลใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยุนโฮก็จะทำให้แจจุงเลิกคิดเลิกกังวลโดยการเอาเรื่องเบาสมองใส่หัวแจจุงแทน ยุนโฮเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการตัดสินใจ ทุกสิ่งที่เขาเลือก ไม่เคยมีคำว่าผิดพลาด และเมื่อเลือกแล้วเขาไม่เคยหันหลังกลับ เพราะแบบนี้ไงถึงได้ตัดสินใจขอแจจุงแต่งงานตั้งแต่ตอนแปดขวบ 


"ฉันคิดอยู่ตลอดเวลา ว่าจะมีวิธีไหนที่ทำให้เราสองคนรักกันได้โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้วรู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันคิดอะไร..."

"อะไรล่ะ"

"ฉันอยากพานายหนี"

"..."

"ไปที่ไหนก็ได้ ที่มีแค่เรา มันอาจฟังดูเพ้อๆนะ แต่ฉันเอาจริง...ตอนนี้ฉันมีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อรถ ซื้อบ้านและลงทุนทำอะไรสักอย่าง นายอยากทำอะไรล่ะ? เปิดร้านอาหารมั้ย หรือจะทำร้านดอกไม้"

"แต่เราก็ไม่ได้รับการยอมรับ"

"การยอมรับหรอ? ฉันเลิกคิดถึงมันนานแล้วล่ะ เพราะดูจะเป็นไปไม่ได้"

แจจุงได้ยินแล้วถึงกับถอนหายใจ "รู้อะไรมั้ย...เรื่องมันคงง่ายกว่านี้ ถ้านายไม่เคยขอฉันแต่งงาน"

"ขอโทษนะ ที่ฉันทำให้นายต้องลำบาก"

คนสวยยิ้มออกมาบางๆ "ขอโทษทำไม ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ ที่เป็นเจ้าสาวให้นายไม่ได้"

"เป็นได้สิ...ก็ฉันจะแต่งกับนายซะอย่าง" บอกอย่างเอาแต่ใจก่อนจะพลิกกายนอนตะแคงข้างโดยหันหน้ามาทางคนรัก แล้วจ้องมองแจจุงอยู่นานจนคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล

"มีอะไรอีก หืม?" 

มือบางยกขึ้นลูบใบหน้าหล่อเหลาด้วยความเป็นห่วง แต่หารู้มั้ยว่าสัมผัสแบบนี้มันยั่วอีกฝ่ายอย่างไม่ได้จงใจ มือใหญ่ตะปบมือบางจับไว้

"ขอนะ ได้มั้ย..."

แจจุงคิดไว้แล้วว่าต้องได้ยินคำนี้

ก็นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนี่ที่ยุนโฮเอ่ยปากขอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา 

"ไม่เอา" แล้วคำตอบของแจจุงเป็นเหมือนทุกครั้ง...แต่นี่จริงจังนะ บอกว่าไม่ก็คือไม่

"ทำไมล่ะ กลัวเจ็บหรอ" ถามพลางจูบแจจุงที่หน้าผาก เปลือกตา แล้วพลิกกายขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้

"เปล่า"

"แล้วทำไม หืม?" มือใหญ่สอดเข้าใต้ชายเสื้อ ก่อนใช้นิ้วบดขยี้ยอดอกเล็กแรงๆ 

"ไม่อยาก...อ๊ะ...เสียตัวก่อนแต่ง...อย่า..."

"ก็บอกแล้วไง ว่าแต่งแน่ เพราะฉะนั้นจะเสียตัวตอนไหนก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ รู้มั้ย หืมม..." 

"อ้ะ...อื้ออออ..." ริมฝีปากถูกประกบปิด แจจุงถูกจูบนานจนแทบขาดใจตาย "ยุนโฮ...ไม่เอา อ๊า"

เสื้อนอนตัวเก่งถูกเลิกขึ้นสูงเปิดเผยแผ่นอกขาวสู่สายตา สุดหล่อไม่รอช้าครอบครองยอดอกสวยด้วยปาก แล้วออกแรงดูดเม้มจนชูชัน เอวบางบิดเร่าด้วยความเสียวเสียดอย่างรุนแรง กางเกงผ้าเนื้อบางกำลังถูกดึงให้ร่นลงจากสะโพก

"ไม่เอาก็หยุดฉันให้ได้สิ" ยุนโฮยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางใช้นิ้วกลางไล้ไปยังช่องทางด้านหลัง

"อ๊ะ ตรงนั้น" 

"ว่าไง? ถ้าหยุดฉันไม่ได้ก็จะเข้าไปแล้วนะ"

"ชองยุนโฮ คนบ้า!...ได้ฉันแล้วห้ามทิ้งด้วย อ๊าาา"




----------------------------------------------




ประตูห้องถูกแง้มเปิดออกค้างไว้ประมาณห้านาทีก่อนจะปิดลงอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายวัยกลางร่างหนามีสีหน้าเหมือนคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักขณะเดินลงบันไดมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร พอดีกับที่คิมจองอึนผู้เป็นภรรยายกกาแฟร้อนๆ มาเสิร์ฟ

"เห็นแล้วใช่มั้ยคะ" ภรรยาคนสวยเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม 

"อืม" ท่านนายพลคิมถอนหายใจหนักๆ "ชัดเต็มสองตาเลย"

โบราณท่านบอกสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เพราะคุณจองอึนบอกว่าลูกชายของเรากับพ่อหนุ่มข้างบ้านที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แถมยังเป็นบุตรชายของสหายรัก มีความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติ เมื่อครู่นี้จึงแอบไปเปิดห้องลูกชายสุดที่รักดู แล้วก็เห็นชัดเต็มสายตา...นอนกอดกันตัวกลมภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันแบบนั้น ต่อให้สนิทสนมกันแค่ไหนก็ไม่ปกติ 

"ฉันติดใจสงสัยมาตั้งนานแล้วค่ะ แจจุงของเรากับตายุนโฮดูสนิทกันมากจนเกินไป เด็กสองคนนี้แทบไม่เคยแยกจากกันเลย แล้วอายุขนาดนี้แต่กลับยังไม่มีแฟนกันทั้งคู่" 

ใบหน้าคมเข้มขยับขึ้นลงช้าๆ อย่างเห็นด้วย ก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ

"ที่บอกว่า เกลียดอะไรได้อย่างนั้น...ดูท่าจะจริง" 

"คุณคะ..."

"ไม่ต้องกังวลไปหรอกคุณจองอึน ผมรักแจจุงของเรายิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยบังคับให้ทำอะไรที่แกไม่ชอบเลยสักครั้ง แล้วตายุนโฮก็ใช่คนอื่นคนไกลซะที่ไหนกัน เพียงแต่ขอเวลาให้ผมหน่อย ผมคงต้องเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณดงโฮเสียก่อน"

"หมายความว่าคุณยอม....." บนใบหน้าของผู้เป็นภรรยาแทบจะเก็บซ่อนความดีใจแทนบุตรชายเอาไว้ไม่ได้

"ถ้าไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้ อีกอย่าง...คุณก็น่าจะรู้ว่าผมไม่ใช่จอมเผด็จการเสียหน่อย"

"เพราะรู้ไงคะว่าคุณต้องเข้าใจ ฉันถึงได้เอาเรื่องนี้มาบอกกับคุณ ฉันดีใจแทนเด็กๆ จริงๆ ขอบคุณนะคะ"
ท่านนายพลคิมกางหนังสือพิมพ์เปิดออกอ่าน ก่อนพึมพำเบาๆ 

"ถ้าไม่ใช่ชองยุนโฮ ผมก็ไม่ยกลูกเราให้ใครหรอกนะ"


.

.


คิมแจจุงขยับตัวดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของคนรักอย่างยากลำบาก เขาไม่มีเวลามานอนร้องไห้หรือคร่ำครวญถึงการเสียตัวแบบไม่ทันตั้งเนื้อตั้งตัวให้กับยุนโฮเมื่อคืนนี้หรอกนะ ประตูห้องไม่ได้ล็อก ถ้าตอนนี้มีใครเปิดประตูเข้ามาเห็นเข้าล่ะก็ เป็นเรื่องแน่

"ตื่นสักทีสิ ยุนโฮ" เรียกพลางเขย่าแขนอีกฝ่าย แต่ยุนโฮยิ่งกอดเขาแน่นเข้าไปอีก

"อือ...จะรีบตื่นไปไหน วันนี้วันหยุดนะ"

"นายจะนอนต่อก็ได้ แต่ขอฉันลุกไปอาบน้ำก่อนนะ"

"ลุกไหวหรอ?" ลืมตาขึ้นมาอัตโนมัติ 

แจจุงกำลังจะอ้าปากตอบว่า ไหว...แต่อาการเจ็บปวดที่สะโพกก็ทำให้เริ่มไม่แน่ใจซะแล้วสิ

ตั้งแต่คบกันมา เมื่อคืนนี้ชองยุนโฮเอาแต่ใจตัวเองที่สุดเท่าที่แจจุงเคยเห็น ทั้งที่เขาบอกว่าไม่เอาแท้ๆ ก็ยังดึงดันจะทำ ถึงจะใช้นิ้วเบิกทางแล้ว แต่ตัวตนของยุนโฮก็ทำให้แจจุงต้องเจ็บมาก แถมยังไม่รู้จักผ่อนแรง ไม่รู้จักคำว่าพอ มีรอบแรกแล้วยังตามมาด้วยรอบที่สอง รอบที่สาม...

"ไม่ไหวล่ะสิ...มา เดี๋ยวฉับอาบให้"

"เฮ้ยย ไม่เอา!" เสียงหวานที่ตอนนี้ติดจะแหบเล็กน้อยร้องลั่นเมื่อยุนโฮลุกพรวดราดขึ้นมาพร้อมกับช้อนร่างเขาขึ้นอุ้ม แต่อย่างกับว่าคนถูกห้ามจะฟัง ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งแจจุงและยุนโฮก็เข้าไปอยู่ในห้องน้ำ คนสวยถูกจูบอย่างเอาแต่ใจ ถูกมือใหญ่ลูบคลำไปทั่วร่างกาย แถมยังถูกดูดยอดอกจนเกิดอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง 

ยุนโฮเปิดน้ำจากฝักบัวให้ไหลกระทบร่างกายของพวกเขาจนเปียกชุ่ม ในยามนี้คิมแจจุงดูเซ็กซี่มากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลย สุดหล่อจับคนตัวบางพลิกหันหลัง สองแขนโอบรอบเอวบางไว้

"อย่าเข้ามานะยุนโฮ ฉันไม่ไหวแล้ว" รีบร้องห้ามเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แข็งๆ ดุนดันอยู่แถวบั้นท้าย แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ "อ๊าา" คราวนี้ยุนโฮแทรกกายเข้ามาทีเดียวจนสุดโดยไม่ใช้นิ้วเบิกทาง ริมฝีปากอิ่มเผยออ้าค้างด้วยแรงช็อก ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำใส

"ขอโทษนะ" ยุนโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ปากหยักจูบไปบนแผ่นหลังเนียนของคนรัก "แต่ฉันกำลังคลั่งนายมาก ไม่ไหวแล้วจริงๆ"

"คนนิสัยไม่ดี ฮึก"

"ไม่ต้องบอกก็รู้ ฉันมันไม่มีอะไรดีหรอก...สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันภาคภูมิใจในตัวเองมากที่สุดก็คือ…” 

“…”

“ฉันรู้ว่าฉันรักนายมากกว่าใคร”


ออกมาจากห้องน้ำได้แจจุงก็ไล่ยุนโฮกลับบ้าน 
แล้ววันนั้นทั้งวันคนสวยก็งอนสุดหล่อชนิดที่ว่าชาตินี้ไม่ต้องมาง้อให้เสียเวลา เพราะยังไงก็ไม่ยกโทษให้ 

แจจุงนอนซมอยู่สองวันเต็มๆ เพราะปวดสะโพกจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่ก็ยังแอบยิ้มกับข้อความมากมายที่ยุนโฮส่งมาง้อ ขอโทษ และขอแต่งงาน แล้วอีโมติคอนที่ใช้ในแต่ละข้อความก็บอกอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ดี...

ไอ้หมีหล่อดูร่าเริงมากจนน่าหมันไส้

เวลาล่วงเลยมาถึงวันจันทร์

ชั้นมัธยมปลายปีสองห้องเอมีคาบเรียนวิชาพละอาทิตย์ละสองวัน คือวันจันทร์กับวันศุกร์ แล้วก็เช่นเคยที่ยังคงอยู่ในฤดูกาลสอบเก็บคะแนนกีฬาประเภทวอลเลย์บอล และวันนี้ทีมของแจจุงต้องลงสนาม

ความเย็นบนผิวแก้มทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองคนที่เอาขวดน้ำเย็นจัดมาแตะแก้มเขา...ชองยุนโฮฉีกยิ้มกว้าง ปกติก็หล่ออยู่แล้วนะ แต่พอยิ้มทีนี่…คนมองแทบละลาย

"วันนี้สู้ๆ นะ"

"อื้ม" แจจุงรับคำพร้อมรับขวดน้ำมาถือไว้ "ขอบใจนะ"

"หน้าซีดๆ ไม่สบายรึเปล่า?" มือใหญ่ยื่นมาแตะลงบนหน้าผากเนียนเพื่อวัดไข้ "ตัวร้อนนี่ จะลงแข่งไหวหรอ"

"ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า" ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ก็แอบบ่นอยู่ในใจ 

ที่ฉันต้องไม่สบาย จนตอนนี้ไข้ก็ยังไม่ลดมันเพราะใครกันเล่า!

"ไหวแน่นะ"

"อืม ไหวๆ" พยักหน้าอย่างแข็งขันบอกให้อีกคนสบายใจ ก่อนที่ยุนโฮจะเดินไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนที่อัฒจรรย์ริมสนาม 

"จีบแจจุงกับเค้าเหมือนกันหรอวะ?" ปาร์คยูชอนเอ่ยถาม เพราะนั่งอยู่ตรงนี้เห็นชัดเจนเลยว่าเมื่อครู่ชองยุนโฮทำอะไร

"ไม่ได้จีบ ทำไมกูต้องจีบล่ะ?" ไม่จำเป็นเลยสักนิด "ก็แค่ยังรู้สึกผิดเรื่องเมื่อวันศุกร์ เลยเอาน้ำไปให้เป็นการไถ่โทษ"

"อ้อ...อย่างนั้นหรอกหรออออ" น้ำเสียงบอกชัด ว่าปาร์คยูชอนไม่เชื่อ

"นั่นสิ ทำไมยุนโฮต้องจีบแจจุงด้วย ในเมื่อบ้านอยู่ติดกัน ถ้าจะจีบก็คงจีบไปนานแล้วล่ะ" เสียงที่แทรกขึ้นมาทำให้ยุนโฮต้องหันมอง แล้วก็จริงๆ ด้วย ชิมชางมินมันนั่งจิ้มไอแพดอยู่บนอัฒจรรย์เดียวกัน ท่านหัวหน้าห้องละสายตาออกจากหน้าจอแทปเล็ตแล้วสบตากับยุนโฮอย่างแฝงนัยยะ 

"ก็แล้วทำไมไม่จีบวะ ทั้งที่มีโอกาสจีบติดกว่าคนอื่นแท้ๆ เชื่อกูป่ะว่าไอ้ซีวอนมันยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในบ้านมึง" ยูชอนว่า 

"เพราะแจจุงมีแฟนแล้วยังไงล่ะ" ยุนโฮตอบเรียบๆ ตามองไปในสนามซึ่งตอนนี้กำลังจะเริ่มการแข่งขัน แจจุงอยู่ในตำแหน่งของผู้เล่นแดนหน้า ซีวอนอยู่ทีมเดียวกันและกำลังจะเสิร์ฟลูก

"หมายความว่ายังไงวะที่ว่าแจจุงมีแฟนแล้ว" 
ปาร์คยูชอนที่ตอนแรกนั่งอยู่สูงกว่ายุนโฮหนึ่งชั้น พอได้ยินเรื่องนี้เข้าถึงกับกระโจนลงมานั่งข้างๆ เพื่อนรัก

"มีแฟนแล้วก็คือมีแฟนแล้วไง" 

"จริงดิ"

"อ้าว...ไอ้นี่ บ้านกูอยู่ติดกับบ้านแจจุงนะ กูรู้ กูเห็นทุกอย่างแหละ" 
แจจุงดูตัวเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นในทีมเดียวกัน ยิ่งตัวรุมๆ แบบนั้น...ชักเป็นห่วงแฮะ

"งั้นใครวะ พวกเรารู้จักหรือเปล่า" ยูชอนยังคงติดใจสงสัย

"ก็น่าจะรู้นะ..." นั่งอยู่ข้างๆ มึงนี่ไง

"หล่อป้ะ?"

"หล่อมาก"

ชางมินถอนหายใจ -- ไอ้หล่อนี่ก็ชมตัวเองเข้าไปได้...

"โหย กูชักอยากรู้ มึงบอกกูมาเลยไม่ได้หรอว่าเป็นใคร ยิ่งบอกว่ากูน่าจะรู้จักนี่ยิ่งอยากรู้นะ"

"บอกไม่ได้ สัญญากับแจจุงเอาไว้ บอกได้แค่เป็นเด็กโรงเรียนเรานี่แหละ"

"เด็กโรงเรียนเรา หล่อมาก...เฮ้ย แบบนี้แม่งข่าวใหญ่อ่ะ ต้องรีบกระจายข่าว" พูดจบก็ล้วงเอาแบล็คเบอร์รี่ทอชของตัวเองขึ้นมากดยิกๆ 

ยุนโฮอดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ยูชอนทำให้เขารู้สึกว่าแจจุงเป็นยิ่งกว่าสิ่งมีค่าสำหรับเขา 
ชักอยากรู้ว่าถ้าวันใดวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผยออกมา ทุกคนจะทำหน้ายังไงนะ...


...ตุ้บ!...

"แจจุง
"

อย่างกับเดจาวูแน่ะ

ยุนโฮลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติแล้ววิ่งลงไปในสนาม หลังจากที่เห็นแจจุงล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาเพราะถูกลูกวอลเลย์บอลจากฝั่งตรงข้ามกระแทกใส่หัว โดยไม่รู้ตัวร่างสูงแหวกเข้าไปในกลุ่มคนที่ยืนล้อมรอบร่างที่หมดสติไปแล้วของแจจุงอยู่ กำลังจะอุ้มร่างบางขึ้นมาพาไปห้องพยาบาล แต่ชเวซีวอนก็เข้ามาขวางไว้

"ปล่อยแจจุงเดี๋ยวนี้ มึงเสือกอะไรยุนโฮ คนทำแจจุงเจ็บก็ไม่ใช่ เพื่อนร่วมทีมก็ไม่ใช่"

ยุนโฮกำลังจะอ้าปากเถียง แต่ถ้าพูดออกไป...
เขาหลุดปากบอกทุกคนแน่ว่าเขากับแจจุงเป็นอะไรกัน ถ้าแจจุงรู้เข้าว่าความแตกเพราะเขาคงไม่ชอบใจนัก 

แต่จะให้คนอื่นดูแลแจจุงแทนเขาอย่างนั้นหรอ?

"กูจะพาแจจุงไปห้องพยาบาลเอง" ซีวอนบอกก่อนจะเข้ามาอุ้มแจจุงไป

ปาร์คยูชอนหรี่ตามองสีหน้าของเพื่อนรักที่ยืนแน่นิ่งอยู่ในสนามอย่างใช้ความคิด สลับกับมองข้อความที่ตัวเองเพิ่งอัพเดทผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อไม่กี่นาที มีเด็กในโรงเรียนนี้ฟอลโล่เขานับร้อยคน แล้วทุกคนกำลังรีทวีตข้อความของเขา


@6002TheMicky คิมแจจุงห้อง 2A มีแฟนแล้ว หล่อมาก เป็นเด็กโรงเรียนเดียวกัน via คนข้างบ้านแจจุง


"หล่อมาก เด็กโรงเรียนเดียวกัน...?"

ปาร์คยูชอนพึมพำ

"คงไม่ใช่มึงหรอกนะยุนโฮ"
 

------------------------------------------------------
 
 
 
จากทวิตเตอร์ของยูชอนเลยลือกันไปทั่วโรงเรียนเลยว่า คิมแจจุงมีแฟนแล้ว แฟนแจจุงหล่อมาก แถมอยู่โรงเรียนเดียวกัน มันกลายเป็นบทสนทนายอดฮิตของเด็กทั้งโรงเรียน ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็จะได้ยินทุกคนพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมกับพากันเดาไปเรื่อยว่า แฟนของแจจุงที่ว่าหล่อมากเนี่ยแท้จริงแล้วเป็นใคร


"ฉันว่าต้องเป็นรุ่นพี่ดองวุคแน่เลย เพราะพี่ดองวุคน่ะหล่อมาก"

"แต่อาจจะเป็นพี่ยงฮวาก็ได้นะ"

"ฉันคิดว่าเป็นยูอาอินปีหนึ่งมากกว่า"

"แต่ฉันว่าคนอัพทวิต น่าสงสัยที่สุด"

"ไม่ใช่พี่ยูชอนหรอกน่า ก็เฮียแกทวิตข้อความออกตัวแล้วนี่ว่าไม่ใช่" 


@6002TheMicky เห็นเมนชั่นเข้ามาถามกันเยอะมาก เลยอยากบอกว่า...ถึงผมจะหล่อมาก แต่ผมก็ไม่ใช่แฟนของแจจุงหรอกนะครับ XD

"แถมเฮียแกกิ๊กอยู่กับคิมจุนซูห้อง 2B นะ อย่าลืมๆ"

"ถ้างั้นใครวะ แฟนแจจุง"



รายชื่อบรรดาหนุ่มหล่อที่ตามจีบแจจุงอยู่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ไม่มีใครสักคนที่จะเอะใจคิดถึงสุดหล่อที่เป็น "คนข้างบ้านแจจุง" เพราะยุนโฮไม่มีประวัติว่าเคยตามจีบคิมแจจุงมาก่อน ทั้งที่รั้วบ้านติดกันแท้ๆ ทุกคนดูจะไว้วางใจชองยุนโฮ โดยที่หารู้ไม่ว่า...

คนไว้ใจนี่ล่ะ ร้ายที่สุด

ล่าสุด มีข่าวลือจากทวิตเตอร์อีกนั่นแหละ ใครสักคนทวีตบอกว่า แฟนของแจจุงที่ว่าน่าจะเป็นชเวซีวอน เพราะเห็นซีวอนอุ้มแจจุงไปที่ห้องพยาบาลพร้อมทั้งดูแลอย่างใกล้ชิด มีคนแอบตามไปส่องที่ห้องพยาบาลแล้วพบว่าชีวอนกุมมือแจจุงอยู่ตลอด ทุกคนเลยคิดว่าชเวซีวอนนี่แหละน่าจะใช่ แล้วซีวอนก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียด้วยสิ ดูจะพออกพอใจที่ถูกคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นแฟนแจจุง หรือที่จริงซีวอนอาจจะคิดจริงๆ ว่าตัวเองเนี่ยแหละเป็นแฟนของแจจุง อย่างไรก็ตาม ชเวซีวอนทำให้ใครบางคนเกิดหมันไส้ขึ้นมาจนต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

"ยุนโฮ ทำไรวะ" 
ยูชอนถามหลังจากกระดกน้ำจากขวดลงคอไปอึกใหญ่แล้วเห็นว่ายุนโฮกำลังตั้งอกตั้งใจทำอะไรบางอย่างบนหน้าจอไอโฟนโฟเอสของมัน

"สมัครทวิตเตอร์"

"เพื่อ???"

"เออน่า...มึงรู้ชื่อทวิตไอ้ซีวอนป่ะวะ"

"siwon407"

"ขอบใจ"


@realhusbandmjjeje @siwon407 หน้าอย่างมึงน่ะหรอแฟนแจจุง? หึ…เคยนอนกับแจจุงเหมือนกูรึเปล่า


พิมพ์ไปแล้ว กำลังจะกดปุ่มทวีตข้อความ แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจ ลบข้อความทิ้งเสียก่อน

จะเกิดอะไรขึ้นล่ะถ้าเขาทวีตข้อความแบบนั้นออกไป? แจจุงจะถูกมองยังไง เสียหายแค่ไหนเพื่อแลกกับความสะใจของเขา

มันไม่คุ้มกันหรอก...


ยุนโฮถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะนั่งคอตกจนเพื่อนเห็นแล้วต้องหัวเราะขึ้นเบาๆ

"แฟนแจจุงที่บอกน่ะ...หมายถึงตัวเองสินะ" 

คนที่กำลังนั่งคอตกเลยต้องเงยหน้าขึ้นมาทันที "รู้ได้ไงวะ?"

"รีเฟล็กซ์มึงชัดเจนมากยุนโฮ"

"รีเฟล็กซ์??"

"มันเป็นชื่อเรียกการเคลื่อนไหวของร่างกายคนเราที่อยู่เหนือการควบคุมของจิตใจซึ่งจะเกิดขึ้นทันทีทันใดเมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น"

"เออ!! อันนั้นกูรู้แล้ว...แต่กูหมายถึงมันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรอ"

"ชัดมาก แจจุงล้มปุ๊บ มึงลุกปั๊บเลยครับไอ้คนหล่อมาก" จิกกัดด้วยยังหมันไส้ไม่หาย แหม…พูดมาได้ แฟนแจจุงหล่อมาก

"ฮ่าๆๆ ก็หล่อป่ะล่ะ"

"น้อยกว่ากูนิดนึง"

"ถุย"

"คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่บอกคนอื่นว่าคบกัน" ยูชอนถามเสียงจริงจัง 

"แจจุงขอไว้น่ะ ไม่อยากให้ใครรู้เพราะกลัวเรื่องไปถึงหูพ่อกับแม่ ก็รู้นี่ว่าพ่อกูเป็นยังไง พ่อแจจุงก็ด้วย...ส่วนที่ถามว่าคบกันเมื่อไหร่ กูให้มึงเดา"

"ม.ปลาย?"

"ไม่ใช่"

"ม.ต้น?"

"หึ"

"ประถม?"

"ไอ่สลัด พอเหอะ" ถ้าบอกว่าไม่ใช่นี่มันไล่ไปยันสมัยอนุบาลแน่ๆ

"มึงบอกกูมาแต่แรกก็จบแล้วนะ"

"กูขอแจจุงแต่งงานตั้งแต่ตอนแปดขวบ"

"แล้วแจจุงก็ตกลง???"

"อืม..."

"คุณพระ ชองยุนโฮ กูได้ฟังแล้วประทับใจมาก"

"รู้แล้วเหยียบนะ กูขอ"

"ไม่"

"อ้าว ไอ้นี่"

"ทำไมต้องเงียบ ในเมื่อแจจุงเป็นของมึง ถ้าอยากให้พ่อแม่ยอมรับมันก็ต้องคบกันอย่างเปิดเผยสิวะ จริงมั้ย?"

“แล้วถ้าบอกความจริงไปแล้วพ่อแม่จับกูกับแจจุงแยกกันล่ะ”

“แต่ถ้ายิ่งปิดบังก็เท่ากับยอมรับว่ากำลังทำผิด”

“…”

“มึงนี่ก็แปลก กล้าขอเค้าแต่งงานตั้งแต่แปดขวบแต่ไม่ยอมไปสู่ขอกับพ่อแม่เค้า แล้วชาตินี้จะได้แต่งกันมั้ยวะ” บ่นเบาๆ พลางส่ายหน้า กำลังจะยกขวดน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งเพราะพูดอะไรยาวๆ แล้วรู้สึกคอแห้ง แต่น้ำในขวดก็ต้องกระฉอกออกมาเปียกเสื้อเมื่อไอ้คนข้างๆ มันกระโดดกอดรอบคอเขาเอาไว้ “ยุนโฮ…เป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย”

“ขอบใจมากยูชอน กูโคตรรักมึงเลย” ยุนโฮตบหลังเพื่อนรักแรงๆ สองสามที

“ปล่อยกูได้แล้ว เดี่ยวเป็นข่าวกับมึงขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ คนที่มึงควรไปกอด ควรบอกรักน่ะ คนนู้น…คนที่นอนอยู่ห้องพยาบาลนู่น”

“งั้นกูไปนะ แล้วเจอกัน” 

ตาเรียวมองตามแผ่นหลังของเพื่อนรักที่รีบร้อนวิ่งไปยังห้องพยาบาล ปาร์คยูชอนยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดเข้าทวิตเตอร์เพื่ออัพเดทข้อความใหม่



@6002TheMicky ผมรู้แล้วล่ะว่าแฟนของแจจุงเป็นใคร เขาคือ…


.

.

.


"นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว" ร่างสูงโปร่งของชางมินยืนพิงกำแพงหน้าห้องพยาบาล สองมือล้วงกระเป๋าขณะเอ่ยทัก

"นายมาทำอะไรที่นี่" ยุนโฮขมวดคิ้วถาม ตาเรียวหรี่มองคนตรงหน้าอย่างจับผิด บอกตรงๆ เขาไม่ค่อยไว้ใจชางมิน ไอ้หมอนี่มันดูฉลาดเกินไป

"มาทวงของที่นายบอกจะให้ฉัน" มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยับกรอบแว่นให้เข้าที่

"ฉันรักษาสัญญาแน่ แต่ช่วยหลบไปก่อนได้มั้ย ตอนนี้ฉันมีธุระต้องคุยกับแจจุง"

ความจริงอยากจะบอกกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำว่าตอนนี้จะไปป่าวประกาศที่ไหนก็ไปเถอะ เพราะความรักของเขากับแจจุงมันไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว แต่เพราะสัญญาไว้แล้วว่าจะให้ ยังไงก็ต้องรักษาสัญญา

"ไม่เห็นต้องรีบเลย แจจุงยังหลับอยู่"

"แต่ซีวอนมันอยู่ข้างใน"

"ไปแล้ว"

"หา?"

"คิมฮีชอลห้องห้ามาลากตัวไปแล้ว เหมือนสองคนนั้นจะเป็นแฟนกันแต่ซีวอนก็ยังเจ้าชู้มายุ่งกับคนของนาย"

"งั้นก็ดีแล้ว ทีนี้ช่วยหลีกทางหน่อย" กำลังจะเดินผ่านชางมินเข้าไปในห้องพยาบาล แต่อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นจนยุนโฮยอมนิ่งฟัง

"ของที่ฉันอยากได้คือ การ์ดเชิญไปงานแต่งงานของนายกับแจจุง"

"..."

"ต้องการแค่นี้ ไม่ว่ายังไงก็เอามาให้ฉันได้นะ" พูดจบก็ตบไหล่ไอ้สุดหล่อสองสามทีแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ยุนโฮยืนหัวเราะอยู่คนเดียว




------------------------------------




ดวงตาคู่โตเปิดขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังกุมมือเขาเอาไว้ 
แจจุงกะพริบตาอยู่สองสามครั้งก่อนหันมองเจ้าของมืออุ่นที่นั่งอยู่ข้างเตียงพักฟื้น

"ยุนโฮ..." คิมแจจุงเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอิดโรย

"เป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บหัวอยู่หรือเปล่า" ถามด้วยความห่วงใย พลางยื่นมือข้างที่ว่างออกไปแตะบนหน้าผาก "ไข้ลดแล้วนี่ ทีหลังถ้ารู้ตัวว่าไม่ไหวก็อย่าฝืนทำอะไรที่มันเกินกำลังนะรู้มั้ย"

คนบนเตียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเหลือบตามองไปที่มือที่ถูกเกาะกุมอยู่ 

"ปล่อยมือได้แล้ว..." พยายามดึงมือออก แต่อีกฝ่ายก็บีบไว้แน่น

"ไม่ปล่อย แล้วจะไม่มีวันปล่อยด้วย"

"เป็นอะไรรึเปล่า?" เพราะคำพูด และสีหน้าท่าทางของยุนโฮดูแปลกไป จึงเอ่ยถาม

"วันนี้ฉันกับนายโดดเรียนกันเกือบทั้งวันเลยนะ"

"ก็ใครใช้ให้นายโดดมานั่งเฝ้าไข้ฉันล่ะ"

"ไม่มีใครใช้" ยุนโฮยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง "แต่ว่าที่เจ้าสาวทั้งคนนี่ ยังไงก็ต้องมานั่งเฝ้าใช่มั้ยล่ะ" 
ไม่พูดเปล่าจับมือบางขึ้นมาจุมพิตบนหลังมือแผ่วเบาแล้วย้ายไปแนบแก้มตัวเองไว้ 

"ติดไข้ฉันแน่ๆ นายดูแปลกๆ ไปนะยุนโฮ" ดูขี้อ้อนอย่างบอกไม่ถูก...หรือว่าเขาจะคิดไปเอง

"ฉันบอกไอ้ยูชอนเรื่องของเรา และคิดว่าป่านนี้คนทั้งโรงเรียนก็คงรู้หมดแล้ว" เจ้าพ่อทวิตเตอร์อย่างมันมีหรือจะพลาด

"ทำไม"

"ฉันไม่อยากให้เราต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้ว"

"แต่ยุนโฮ ถ้าพ่อกับแม่รู้เข้า..."

"ฉันจะเข้าไปคุยกับพ่อแม่นายวันนี้"

"..."

"จะไปขอลูกชายท่านให้ถูกต้อง ส่วนจะให้หรือไม่นั้นค่อยว่ากันทีหลัง"

"ถ้าไม่ให้จะทำยังไง ฉันไม่หนีตามนายหรอกนะ" 
แจจุงค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุม ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นนั่ง เขายังรู้สึกเวียนหัวอยู่นิดหน่อย

"ถ้าพ่อแม่นายไม่ยกนายให้ฉัน ฉันก็จะไปคุกเข่าขอร้องท่านอยู่แบบนั้น จะให้ทำอะไรก็ได้เพื่อให้ท่านยอมรับ ต่อให้เราถูกจับแยกกัน ฉันก็จะตามหานายจนเจอแล้วพาตัวกลับมา"

แจจุงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "เอาจริงหรอ?"

"อืม...ยังคิดอยู่เลยว่าน่าจะคิดได้เร็วกว่านี้" รู้อย่างนี้บอกปาร์คยูชอนซะแต่แรกก็ดีหรอก

คิมแจจุงอมยิ้ม...จนมองเห็นรอยบุ๋มตรงสองข้างแก้ม

"ยิ้มอะไร หืม" 

"เปล่า..." ก็แค่เขินขึ้นมานิดๆ เมื่อคิดไปว่าเขากับยุนโฮอาจจะได้แต่งงานกันจริงๆ ในเมื่อยุนโฮบอกจะสู้ขนาดนี้ 

ทีแรกก็นึกว่าจะต้องรอเก้อเป็นแม่สายบัวซะแล้ว เพราะยุนโฮไม่ยอมขอเขาจริงๆจังๆ ซักที เป็นเหตุผลให้แจจุงไม่กล้าคาดหวังอะไรมาก เพราะกลัวว่าจะต้องผิดหวัง หากสักวันเขากับยุนโฮต้องเลิกกันก็คงไม่เป็นไร 
ไม่เป็นไร...ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่เสียใจ เขารักยุนโฮนะ รักมากด้วย ถ้าต้องเลิกกันเขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปยังไงดี 

"นึกว่าจะต้องเสียตัวฟรีซะแล้ว" แจจุงว่าพร้อมหัวเราะขึ้นเบาๆ

"พูดอะไรแบบนั้น บอกแล้วไงว่ายังไงก็จะแต่งกับนายให้ได้"

"เพราะเชื่อใจไง ถึงได้ยอม" ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ตามองนาฬิกาบนผนัง "เลิกเรียนแล้วนี่นา"

"ก็บอกแล้วว่าวันนี้ฉันกับนายโดดเรียนกันเกือบทั้งวัน" 

ได้ยินแบบนี้คนสวยก็พองลมจนแก้มป่อง ก่อนจะไหวไหล่เบาๆ

"คนทั้งโรงเรียนอาจจะรู้เรื่องของเราแล้วใช่มั้ยยุนโฮ"

"ก็น่าจะเป็นแบบนั้น"

"ถ้าอย่างงั้น..."

"...??"

"เดินจับมือกันกลับบ้านได้ใช่มั้ย"

"ทำไมจะไม่ได้" ยุนโฮส่งมือมากุมมือบางเอาไว้แน่น "ฉันเองก็อยากเดินจับมือกับนายต่อหน้าคนอื่นมาตั้งนานแล้ว...ไปกันเถอะ"

คนสวยพยักหน้าแล้วเดินตามยุนโฮออกจากห้อง โดยที่ความรู้สึกมากมายกำลังตีกันอยู่ข้างใน ตื่นเต้น…ที่จะได้เดินจับมือกันกับยุนโฮต่อหน้าคนอื่นเป็นครั้งแรก แต่ก็หวาดกลัวเช่นกันว่าเมื่อถึงบ้านแล้วพ่อกับแม่รู้เรื่องเข้า ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไร

แต่ตราบใดที่ยุนโฮยังคงจับมือเขาเอาไว้แบบนี้ ก็ไม่มีอะไรที่แจจุงต้องกลัว 


.

.

.


มือที่จับกันแน่นชุ่มเหงื่อด้วยความตื่นเต้นและหวาดหวั่น แต่ยุนโฮก็ไม่ยอมปล่อยมืออีกฝ่าย เขาไม่ได้ไปที่บ้านของตัวเอง แต่กลับเดินเข้ารั้วบ้านแจจุงทันทีที่มาถึง ตั้งใจว่าจะบอกกับพ่อแม่ของแจจุงก่อนแล้วค่อยบอกพ่อแม่ตัวเอง แต่ก็ต้องตกใจที่เมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงรับแขกบ้านตระกูลคิมแล้วเห็นพ่อแม่แจจุงกับพ่อแม่ของเขานั่งคุยกันอยู่พร้อมหน้า

"อ้าว มากันพอดี" ท่านนายพลคิมเป็นฝ่ายเอ่ยทัก ทุกคนที่เหลือจึงหันมองมาทางบุตรชายเป็นสายตาเดียวกัน ยุนโฮยิ่งบีบมือแจจุงแน่นขึ้นเมื่อเห็ยว่าชองดงโฮกำลังมือที่มือของพวกเขา

"มานั่งนี่ก่อนสิ ทั้งคู่เลย"

ตาเรียวหันมองคนรักครู่หนึ่งราวกับจะขอกำลังใจ คิมแจจุงจึงพยักหน้าให้เบาๆ ทั้งสองพากันเดินไปนั่งบนโซฟารับแขกตัวยาวที่ยังว่างอยู่

"ผมมีเรื่องต้องบอกทุกคน" ยุนโฮเปิดประเด็นทันที ผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านกำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ 

"เอ้า! มีอะไรก็ว่ามาสิ" พ่อของยุนโฮเร่งเร้า น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดไม่น้อย

"ผมกับแจจุง เรารักกัน" บรรยากาศในห้องรับแขกบ้านตระกูลคิมดูจะเงียบเข้าไปอีก ยุนโฮรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากสายตาสี่คู่ที่จับจ้องมายังพวกเขา "เราคบกันแบบคนรัก ไม่ใช่เพื่อนกันอย่างที่ทุกคนเข้าใจ"

"หึ.." ชองดงโฮส่งเสียงออกมาแค่นั้น

"พวกลูกรักกันมานานแค่ไหนแล้ว" แม่องยุนโฮเป็นฝ่ายเอ่ยถาม

"ตั้งแต่เด็กๆ ครับ"

ความจริงที่ได้รู้ทำให้คนถามถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอก

"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาบอกพ่อกับแม่ล่ะ ทั้งที่ปิดบังเอาไว้ได้ตั้งนาน" 

"ถ้าผมจะแต่งงานกับใครสักคน ยังไงก็ต้องบอกพ่อกับแม่รวมถึงครอบครัวของว่าที่เจ้าสาวผมด้วยไม่ใช่หรอครับ"

"อย่าบอกนะว่าแกจะขอหนูแจจุงแต่งงาน" ท่านรัฐมนตรีชองถามเสียต่ำ พอเห็นลูกชายพยักหน้า จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

นี่ออกจะต่างจากสถานการณ์ที่ยุนโฮคาดเดาไว้เล็กน้อย เขาคิดว่าทันทีที่พ่อของเขากับพ่อแจจุงรู้เรื่องเข้าจะพากันลุกขึ้นตวาดพวกเขาเสียงดังลั่นบ้าน พร้อมทั้งทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าเขากับแจจุงจะไม่มีวันได้เจอกัน ซึ่งมันก็ดีแล้วที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น...แต่ตอนนี้เขาเดาความคิดของทุกคนไม่ได้เลยจริงๆ

"รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าพวกแกทำให้พ่อแม่ต้องเสียหน้า แกไม่รู้หรือไงว่าฉันเกลียดพวกเพศที่สาม แล้วดูแกทำสิ!" ชองดงโฮเริ่มขึ้นเสียง

"พวกลูกทำให้พ่อกับแม่ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง" ท่านนายพลคิมว่า

"ผมไม่ใช่พวกเพศที่สามอย่างที่พ่อว่า ผมไม่ได้วิปริตผิดเพศ ผมแค่รักแจจุง โดยที่ไม่สนว่าแจจุงจะเป็นหญิงหรือชาย ถ้าไม่ใช่แจจุงผมก็ไม่ต้องการใคร"

ชองอึนนาแม่ของยุนโฮอดจะอดยิ้มไม่ได้กับคำพูดของลูกชาย 

"แล้วแจจุงรักยุนโฮหรือเปล่าลูก?" แม่ของแจจุงลุกขึ้นเดินมาถามแจจุงใกล้ๆ มือเรียวสวยลูบใบหน้าบุตรชายที่ดูเหมือนกำลังจะร้องไห้แผ่วเบา

"รักสิฮะ แจจุงรักยุนโฮมาก"

"คุณคะ..."

"ครับๆ ทราบแล้วครับ" 

"เอาเป็นว่าหาฤกษ์หมั้นไว้ก่อนแล้วกัน เรียนจบเมื่อไหร่ค่อยแต่ง" ชองดงโฮสรุปขึ้นในที่สุด

"มะ...หมายความว่า..." ยุนโฮแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

"ฉันบอกไว้ก่อนนะยุนโฮ ว่าฉันยังไม่ยอมรับเรื่องพรรค์นี้ แต่เห็นว่าเป็นเพราะหนูแจจุงหรอกนะถึงได้ยอม" 

สำหรับท่านรัฐมนตรีชองแล้ว เรื่องการจับคู่ของพวกวิปริตผิดเพศ ยังไงก็ยอมรับไม่ได้ การไม่ยอมรับในเพศของตัวเองเท่ากับต่อต้านสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าพระทานมาให้ แต่สำหรับหนูแจจุง...พระเจ้าคงทำอะไรผิดพลาดไปกระมัง หน้าตาน่ารักๆ แบบนั้น ทำไมถึงเกิดมาเป็นเด็กผู้ชาย?

หรือบางทีการที่คิมแจจุงเป็นเด็กผู้ชายพระผู้เป็นเจ้าอาจจะตั้งใจ เพื่อให้มนุษย์รู้จักยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้

เพราะโลกใบนี้มันไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ตายตัว

"แล้วก็...ถ้าเกิดว่าแกทำให้หนูแจจุงต้องเสียใจขึ้นมา สัญญาว่าฉันจะสับแกเละเป็นชิ้นๆ แน่"

"มันไม่มีวันนั้นหรอกครับพ่อ" พูดออกมาอย่างมั่นใจก่อนหันไปยิ้มให้กับคนรักที่กอดมารดาร้องไห้อยู่ข้างๆ 

ขี้แยจริงๆเลยนะ...ว่าที่เจ้าสาวของยุนโฮ~




------------------------------------




ข่าวลือทั้งหลายแหล่ถูกข่าวเรื่องงานหมั้นของยุนโฮกับแจจุงกลบซะจนมิด

ชองยุนโฮยังคงคอนเซ็ปต์ขี้อวดได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วยการป่าวประกาศกับทุกคนที่เจอกันว่าคิมแจจุงเป็นแฟนของตัวเองทันทีในเช้าวันต่อมา หารู้ไม่ว่าทุกคนเค้ารู้กันหมดแล้วจากทวิตเตอร์ของคุณชายปาร์ค
แต่ช่างปะไร

เรื่องน่าสะใจที่สุดก็คือการได้ควงแจจุงต่อหน้าซีวอน ขโมยหอมแก้มแจจุงต่อหน้าซีวอน เกือบจะจูบโชว์อยู่แล้วแต่แจจุงไม่เล่นด้วย ไอ้หมีหล่อเลยหน้าบูดไปเล็กน้อย แต่ก็เอาคืนด้วยการเดินไปพูดต่อหน้าซีวอนด้วยหน้าหล่อๆ นิ่งๆ ว่า "…ถ้ามีคนรักอยู่แล้วก็ควรจะรักเค้าให้มากๆ เพราะคนที่อยู่ด้วยแล้วทำให้นายมีความสุขไม่ใช่คนที่นายพยายามจะไขว่คว้า แต่เป็นคนที่คบกับนายเพราะยอมรับและรักทุกๆ อย่างที่เป็นนายต่างหาก เห็นค่าคนข้างตัวให้มากๆ ก่อนที่จะเสียเค้าไป…" แล้วก็ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ

เท่ซะไม่มีอ่ะ…คุณยุนโฮ~!!




@realhusbandmjjeje @mjjeje user posted image 


“หืม?” ครางในลำคอเมื่อเช็คทวิตเตอร์แล้วเห็นว่ามีเมนชั่นแปลกๆ เข้ามา ไม่ได้แปลกที่ไอคอนรูปหัวใจ แต่แปลกเพราะยูสเซอร์เนมต่างหาก “นายเล่นทวิตแล้วหรอยุนโฮ?”

คนสวยถามเจ้าของตักอุ่นๆ ที่ตัวนอนหนุนอยู่

“อืม ฟอลกลับด้วยนะ”

“เปลี่ยนชื่อยูสเซอร์เดี๋ยวนี้เลยนะ จะบ้าหรือไง อายเค้า…” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็กดฟอลโล่กลับไปแล้ว

“ไม่เปลี่ยน”

“ชิ!”



@mjjeje @realhusbandmjjeje ถ้าไม่เปลี่ยน ก็ไม่ต้องแต่ง
@realhusbandmjjeje @mjjeje จะไม่แต่งก็ได้ แต่ฉันกับนาย….กันไปแล้วนะ
@mjjeje @realhusbandmjjeje ไอ้บ้า พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมเนี่ย
@realhusbandmjjeje @mjjeje 5555555555555 … นี่…ฉันรักนายนะเอ็มเจจีจี้
@mjjeje @realhusbandmjjeje อื้ออ~ รักเหมือนกันนะ คุณสามีตัวจริง >///<


@6002TheMicky บางทีผมก็สงสัย ว่าคนบางคนมันจะเมนชั่นคุยกันทำไม ทั้งๆ ที่มันก็นอนหนุนตักกันอยู่เนี่ย เฮ้อออ #กูเพลียมาก











Fin.

[SF] ...Just the way “WE” are... [Yun x Jae]

posted on 03 Mar 2012 17:51 by hizukaya
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Just the way “WE” are
 
 
NOTE : คำหยาบคายเยอะ เพราะตัวละครในเรื่องพูดจากันด้วยภาษาพ่อขุนรามคำแหง - -*
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“…Oh her eyes, her eyes make the stars look like they're not shining.
Her hair, her hair falls perfectly without her trying.
She's so beautiful, and I tell her everyday….”



เสียงร้องที่เคล้าไปกับเสียงจากเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่ากีต้าร์จนเป็นเพลง Just The Way You Are Acoustic Version นั้นไพเราะและอาจทำให้หญิงสาวที่หลงเดินผ่านมาทางตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์พากันอายม้วนได้ง่ายๆ 

ถ้าคนที่กำลังร้องเพลงนี้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ คิมแจจุง น่ะนะ

“มึงจะเล่นเพลงนี้อีกนานมั้ยวะแจจุง กูเบื่อจะตายห่า บรูโน่มาร์เค้าร้องเพลงนี้ตั้งแต่ปี 2010 จนตอนนี้ 2012 แล้วนะ ไม่มีใครเค้าใช้เพลงนี้จีบหญิงกันแล้ว และต่อให้ร้องเพลงนี้ให้คอตายก็ไม่มีผู้หญิงที่ไหนสนใจมึงหรอก ทำอะไรหัดดูหนังหน้าตัวเองบ้างดิวะ”

เสียงกีต้าร์เพี้ยนไปทันทีที่ปาร์คยูชอนพูดจบ ก่อนที่คิมแจจุงจะเปลี่ยนคอร์ดกีต้าร์บรรเลงบทเพลงต่อไป เป็นเพลงเพื่อชีวิตที่โด่งดังมากในประเทศไทย โดยวงที่มีชื่อว่าคาราบาว

“เช้าวันหนึ่งมีคนพบศพ ไอ้ปาร์คนอนตายยยย อยู่ที่ใต้สะพานลอย…” 

“อ้าวเฮ้ย! มึงเล่นเพลงนี้ก็สวยสิวะ”

ร่างโปร่งบางลุกพรวดพราดขึ้นพร้อมกับทิ้งกีต้าร์ตัวโปรดลงบนพื้นแล้วหันมาจ้องยูชอนตาเขม็งเมื่อคำต้องห้ามหลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย 
สวย…คำนี้ล่ะ คำต้องห้ามของคิมแจจุง

“เฮ้ย กูไม่ได้หมายถึงสวยแบบนั้น กูหมายถึงสวยแบบ…มีเรื่องกันมั้ยไรงี๊” รีบอธิบายเมื่อเห็นว่าแจจุงกำลังโกรธจริงจัง สาบานได้ว่าไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่องใคร เพียงแต่ปากมันไวไปหน่อยก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนแจจุงจะอารมณ์เสียจนกู่ไม่กลับแล้ว คนหน้าสวยที่เกลียดคำว่าสวยเป็นชีวิตจิตใจสบถคำหยาบคายออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป

“เป็นไงล่ะ ยูชอนอ่ะ! ทำแจจุงโกรธอีกแล้ว” คิมจุนซูที่นั่งอยู่ข้างๆ กันหันมาซ้ำเติม

“ความจริงมึงไม่น่าไปพูดแบบนั้นเลยนะ ไอ้แจมันก็เสียงดี มันจะเล่นเพลงอะไรก็เรื่องของมันไม่ใช่หรอ” ชางมินที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่แถวนั้นเอ่ยขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละออกจากหน้ากระดาษ

“แต่มันเล่น Just The Way You Are มาเป็นปีๆ แล้วนะ พวกมึงไม่เบื่อกันบ้างหรือไง”

“เบื่อ แต่มันก็ฟังเพลินดีนะ ดีกว่าอยู่เงียบๆ” ชองยุนโฮที่ใช้ม้านั่งหินอ่อนสองตัววางต่อกันต่างที่นอนว่า ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตามแจจุงไป 

“มีไอ้ยุนโฮทั้งคน แจจุงมันไม่โกรธมึงนานหรอก หายห่วงได้เลย” ชางมินบอกพร้อมกับกระตุกรอยยิ้มตรงมุมปาก ตาเรียวภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมมองตามแผ่นหลังกว้างของยุนโฮจนลับตา


แจจุง ยุนโฮ ยูชอน จุนซู ชางมิน - เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีสองที่ป็อปปูล่ามากๆ ในมหาวิทยาลัย ด้วยใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรทั้งห้ามารวมตัวกันทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจเสมอไม่ว่าจะเดินไปทางไหนหรือทำอะไรก็ตาม โดยเฉพาะยุนโฮ ยูชอนและชางมิน จะมีสาวๆ เป็นแฟนคลับมากเป็นพิเศษ ส่วนแจจุงกับจุนซูก็มีบ้าง…แต่จะหนักไปทางแฟนคลับผู้ชายซะมากกว่า โดยเฉพาะกับแจจุง

ถึงจะปากหมา หรือป่าเถื่อนไปบ้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรอกว่าคิมแจจุงน่ะ สวยจริงๆ สวยชนิดที่ทำเอาผู้ชายแท้ๆ ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์เพราะมาจีบผู้ชายด้วยกัน ทุกคนแต่งตั้งให้แจจุงเป็นเจ้าหญิงประจำคณะวิศวะ ฉายานี้ทำให้คิมแจจุงอยากจะอาเจียนทุกครั้งที่ได้ยิน

แจจุงบอกกับตัวเองและทุกคนว่าเขาเป็นผู้ชาย 

ถึงจะสวยจนผู้หญิงยังต้องอาย แต่เขาก็เป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์! ไม่ใช่ตุ๊ด ไม่ใช่เกย์ หรือไบเซ็กชวลอย่างที่ใครเข้าใจกัน เขาเกลียดใครก็ตามที่พูดว่าเขาสวย เกลียดพวกผู้ชายที่ตามตอแยเขา และเกลียดใครก็ตามที่พยายามจะจับคู่ให้เขากับยุนโฮเป็นแฟนกัน 

ทั้งที่เขากับยุนโฮเป็นเพื่อนกันแท้ๆ

.
.
.

“ทำไมคนเราแม่งไม่คิดถึงหลักความจริงบ้างวะ! ก็เห็นอยู่ว่ากูเป็นผู้ชายๆ ยังจะมาบอกว่ากูสวยอย่างงั้นอย่างงี๊ แล้วหน้าอย่างกูมันทำไม? มีเมียไม่ได้รึไงวะ!” ความอัดอั้นตันใจถูกระบายออกมาพร้อมกับการขว้างก้อนหินลงไปในทะเลสาบด้านหลังมหาวิทยาลัยให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

ชองยุนโฮยืนกอดอกพิงต้นไม้นิ่งฟังและยิ้มออกมาบางๆ

“อีกสิบห้านาทีจะเข้าเรียนแล้ว ไปเถอะ”

“ไม่เอา วิชานี้กูโดด” แจจุงบอกพร้อมกับโยนก้อนหินลงน้ำไปอีกครั้ง “กูยังไม่อยากเจอหน้าไอ้ปาร์ค”

“จะขาดเรียนเพราะเรื่องไร้สาระแค่นี้น่ะหรอ จะถือสาทำไม…ก็รู้อยู่ว่ามันเลี้ยงหมาไว้ในปาก”

“ก็คนมันไม่ชอบนี่หว่า ลองให้มีคนมาบอกว่ามึงสวยบ้างเอามั้ยล่ะยุนโฮ”

ชองยุนโฮหัวเราะ หึหึ “ไม่อ่ะ…กูหล่อแบบนี้แหละดีแล้ว”


ส่วนมึงก็สวยแบบนี้แหละดีแล้ว แจจุง

เป็นอย่างที่เราเป็นอยู่แบบนี้แหละดีแล้ว



“อ๊ะ…นั่นพี่ยุนโฮกับพี่แจจุงนี่”

“จริงด้วย อยู่ด้วยกันสองคนอีกแล้ว”

“ก็พี่ยุนโฮกับพี่แจจุงเค้าคบกันอยู่นี่นา!”

นักศึกษาสาวชั้นปีหนึ่งสองคนที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นพวกเขาเข้า ซุบซิบนินทาพร้อมหัวเราะคิกคักโดยไม่สนใจเลยว่าคนที่ตนกำลังพูดถึงจะได้ยินหรือไม่ แจจุงถึงกับถอนหายใจ…

ความจริงเรื่องนี้จะโทษเด็กสองคนนั้นอย่างเดียวคงไม่ได้ คนผิดคือยูชอน ไอ้ปาร์คยูชอนคนเดียว เพราะมันเป็นประธานกิจกรรมรับน้องเมื่อต้นปี และมันก็บ้าถึงขนาดสั่งให้น้องจับคู่แล้วแข่งจูบกันว่าใครจะจูบได้นานที่สุด จะคู่ชายหญิง ชายชาย หรือหญิงกับหญิงก็ได้ พอน้องๆ โวยวายว่าเรื่องแบบนี้ใครจะไปกล้าทำ ยูชอนมันเลยสั่งให้แจจุงกับยุนโฮจูบกันเป็นตัวอย่างให้น้องดู ตอนนั้นเขาเองก็ไม่ได้คิดอะไร บ้าจี้ไปตามเพื่อน อีกอย่างเขากับยุนโฮก็เป็นเพื่อนรักกัน ให้จูบกับเพื่อนก็ยังดีกว่าต้องไปจูบกับใครที่ไหน ตอนนั้นแจจุงคิดแค่นั้นจริงๆ ลงท้ายเขากับยุนโฮก็ประกบปากกันต่อหน้าน้องๆ นับร้อยคน เนิ่นนานจนเกือบจะขาดอากาศหายใจตาย 

“ขอโทษนะ ที่ทำให้มึงถูกมองว่าเป็นเกย์ไปด้วย” เรื่องเดียวที่แจจุงรู้สึกเป็นกังวลก็เรื่องนี้แหละ ลำพังตัวเองจะถูกมองยังไงเขาก็ไม่สนใจหรอก ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนพวกนั้นพูด จะห่วงก็แต่ยุนโฮที่โดนจับให้มาเป็นคู่เกย์กับเขา ทั้งที่หน้าตาอย่างยุนโฮน่าจะหาแฟนสาวน่ารักๆ มาควงได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องมาถูกเข้าใจผิด…เพราะเขา

ยุนโฮยื่นมือมาขยี้หัวแจจุงเบาๆ พร้อมยิ้มอย่างอ่อนโยน

“คิดมากน่า สนทำไมในเมื่อมันไม่จริง” เป็นแบบนี้เสมอ เป็นยุนโฮที่ทำให้แจจุงรู้สึกดีในช่วงเวลาที่รู้สึกแย่ที่สุดได้ทุกครั้ง ยุนโฮเป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา เป็นคนเดียวที่คอยอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาไม่ว่าจะยามทุกข์หรือสุข 

นั่นสินะ ใครจะว่ายังไง ทำไมต้องสน

ในเมื่อยุนโฮบอกว่าไม่เป็นไร ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอยู่แล้ว





-------------------------------------



ห้องเลคเชอร์ห้องนี้มีการจัดที่นั่งแบบขั้นบันได แต่ละแถวจะมีโต๊ะตัวยาวตั้งอยู่ตลอดแถว โดยแถวหลังสุดจะอยู่ชั้นบนสุด แถวนั้นถูกยึดครองโดยกลุ่มของห้าหนุ่มหล่อประจำคณะ

คงกลายเป็นภาพชินตาไปแล้วที่จะเห็นชองยุนโฮเดินจูงมือแจจุงเข้ามาในห้องเลคเชอร์ โดยคนที่ถูกลากให้เดินตามเข้ามาทำหน้าบึ้งเหมือนเพิ่งไปกินรังแตนมาจากไหน ยุนโฮนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างยูชอนส่วนแจจุงก็นั่งที่เก้าอี้ตัวถัดไป 

“ฝากบอกแจจุงทีสิ ว่ากูขอโทษ” ไม่ทันไรปาร์คยูชอนก็สะกิดเรียกยุนโฮแล้วกระซิบ

ใบหน้าหล่อหันมองคนหน้าสวยข้างๆ “ได้ยินแล้วใช่มั้ย” ทว่าคิมแจจุงก็ยังคงนิ่งเฉย

“แล้วมึงจะให้กูทำยังไงวะครับ กูไม่ได้ตั้งใจ ถ้ามึงจะไม่พูดกับกูตลอดไปเพราะเรื่องแค่นี้ก็ตามใจเหอะ” 

“วันนี้เลี้ยงเหล้ากูดิ” พอเห็นว่ายูชอนทำท่าจะงอนกลับ แจจุงจึงโพล่งขึ้นมา 

“เออ!! ก็ได้”

คนกลางอย่างยุนโฮได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอากับบทสรุปที่ออกมาไม่แตกต่างจากทุกครั้ง 
ทะเลาะกันทีไรเป็นต้องคืนดีกันด้วยการเลี้ยงเหล้าทุกทีสิน่า!

สองชั่วโมงต่อมาคาบเรียนในช่วงเช้าก็สิ้นสุดลง อาจารย์เดินออกจากห้องเลคเชอร์ไปแล้วแต่คิมแจจุงยังคงหลับสนิทอยู่กับโต๊ะโดยใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งแทนหมอนหนุนและแก้มนุ่มๆ แนบไปกับพื้นโต๊ะ เห็นแบบนี้แล้วยุนโฮอดจะยิ้มออกมาไม่ได้

มือใหญ่ยื่นออกไปตั้งใจจะปลุกคนข้างกาย แต่ก็ต้องชะงัก…เมื่อคนหลับยิ้มบางๆ ราวกับกำลังฝันดี แล้วแบบนี้ใครจะใจร้ายปลุกให้ตื่นได้ลงคอ มือที่ตั้งใจจะสะกิดปลุกจึงเปลี่ยนเป็นลูบศีรษะของเพื่อนรักเบาๆ ด้วยความเอ็นดูแทน

หารู้ไม่ว่าทุกการกระทำของยุนโฮอยู่ในสายตาของยูชอน จุนซูและชางมินตลอดเวลา

“มึงคิดเหมือนกูป่ะ? ว่ายุนโฮมันชอบมองไอ้แจแปลกๆ” ยูชอนหันไปกระซิบกระซาบกับชางมิน

“ถึงมันจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่จำเป็นที่มันจะต้องเทคแคร์ไอ้แจขนาดนี้เลยนะ”

“กูยังยืนยันความคิดเดิมนะที่บอกว่าแจจุงมันสวยมาก…เป็นไปได้มั้ยวะ ที่ยุนโฮมันจะหวั่นไหว”

“ก็เป็นไปได้” ชางมินพยักหน้าเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่แจจุงตื่นขึ้นมาพร้อมยกมือขยี้ตาด้วยความงัวเงีย ยุนโฮลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือตำราเรียนทั้งของตัวเองและของคนหน้าหวานเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างยื่นออกไปให้แจจุงจับเพื่อฉุดให้คนที่กำลังอ้าปากหาววอดลุกตามกัน 

“พวกมึงไม่ไปกินข้าวกลางวันกันรึไง” ยุนโฮหันมาถาม

“ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกกูตามไป” ชางมินว่า ได้ยินแบบนี้แล้วยุนโฮจึงเดินจูงมือแจจุงออกจากห้องไป ชิมชางมินส่ายหน้าช้าๆ ขณะที่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนทั้งสองจนลับตาก่อนพึมพำเบาๆ “ยุนโฮแม่งทำตัวอย่างกับพี่เลี้ยงเด็ก” 

“เวลาอยู่กับไอ้ยุนโฮ แจจุงแม่งก็ขี้อ้อนชะมัด” ยูชอนเสริม ซึ่งจุนซูกับชางมินก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกัน 

ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาที่พวกเขาต้องหาข้อมูลเพื่อทำรายงานที่ห้องสมุด พวกเขาจะล้อมวงกันนั่งบนพื้นตรงหน้าชั้นหนังสือมากกว่าจะนั่งบนโต๊ะด้วยเหตุผลที่ว่าขี้เกียจเดินหยิบหนังสือหลายรอบ แล้วแอร์เย็นๆ กับความเงียบมันถูกโลกกับคนที่ขี้เซาเป็นทุนเดิมอย่างคิมแจจุงซะที่ไหน เปิดหนังสือหาข้อมูลได้ไม่กี่หน้า คิมแจจุงก็ย้วยลงไปนอนหนุนตักเพื่อนรักโดยที่ยุนโฮก็ไม่เคยบ่นว่าอะไร ดูจะเต็มใจอุทิศตักให้เสียด้วยซ้ำ

“หรือว่ายุนโฮกับแจจุงจะคบกันอยู่?” คิมจุนซูเอ่ยขึ้นมาเหมือนกำลังพูดลอยๆ

“แบบนี้มันต้องพิสูจน์”

“ยังไง??”

“แบบนี้ไง……..”




-------------------------------------



เมื่อคืนนี้ แจจุงกับยูชอนเมาเละไม่เป็นท่า เดือดร้อนยุนโฮกับจุนซูต้องพารูมเมทของตัวเองกลับหอพัก อย่างที่เข้าใจนั่นแหละ…ยุนโฮนอนห้องเดียวกับแจจุง ยูชอนกับอยู่กับจุนซู ส่วนชางมินแชร์ห้องร่วมกับเด็กปีหนึ่งอีกคนที่ชื่อมินโฮ

หลังจากที่ต่างคนต่างแยกย้ายกลับห้อง ชางมินแอบไปที่ห้องทำงานของคนดูแลหอแล้วหยิบกุญแจสำรองห้องยุนโฮกับแจจุงออกมา ชางมินเข้านอนและรอจนเช้าให้ผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างปาร์คยูชอนสร่างเมาแล้วค่อยทำตามแผนการพิสูจน์ความจริงที่ได้ตกลงกันเอาไว้

ว่ากันว่าถ้าอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ

เช่นเดียวกัน…หากอยากรู้ว่ายุนโฮกับแจจุงเป็นอะไรกันก็ต้องเข้าห้องนอนยุนแจ

ทั้งยูชอน จุนซูและชางมินเพิ่งมารู้สึกตัวเองตอนนี้เองว่าตั้งแต่พวกเขาเข้ามหาวิทยาลัยแล้วย้ายมาอยู่ที่หอพักด้วยกัน ทั้งสามคนยังไม่เคยไปเหยียบห้องของยุนโฮกับแจจุงมันเลยสักครั้ง พวกเขามักจะไปสุมหัวกันที่ห้องของยูชอนกับจุนซูมากกว่า


“เห็นมั้ย กูบอกพวกมึงแล้ว…”

“กูไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ให้ตาย”

“เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวแจจุงกับยุนโฮก็ตื่นกันพอดี อ๊ะ! เห็นมั้ยล่ะ ไปหาที่หลบกันก่อนเร็วๆ”


เสียงกระซิบกระซาบคุยกันเหมือนนกกระจอกแตกรังทำให้ยุนโฮค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่ทั้งที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์แท้ๆ ทว่าอารมณ์ที่ควรจะขุ่นมัวเพราะถูกปลุกให้ตื่นก่อนเวลากลับหายวับไปในทันทีที่รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงบนต้นแขน ใบหน้าคมเผยรอยยิ้มขึ้นบางๆ กับภาพที่เห็นจนชินตาทุกๆ เช้า

คิมแจจุงยังคงนอนหลับสนิท โดยขดตัวจนกลมดิ๊กเบียดร่างของเขาอยู่แถมยังใช้ต้นแขนของเขาต่างหมอนซึ่งเจ้าตัวโยนทิ้งไปไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่มันเป็นแบบนี้ทุกวัน ไม่ว่าแจจุงจะเข้านอนตอนไหนท่าใด สุดท้ายแล้วก็กลิ้งมาเบียดเขาตลอด ใช้แขนเขาแทนหมอนหนุนยังไม่พอยังใช้ตัวเขาแทนหมอนข้างอีก แต่ชองยุนโฮก็ไม่เคยปริปากบ่น แม้จะตื่นมาพร้อมกับอาการเมื่อยขบเพราะขยับตัวเวลานอนไม่ค่อยได้ก็เถอะ ยุนโฮทนได้…ถ้ามันจะทำให้ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเราได้ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้

มือเรียวลูบเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากคนข้างกายออกให้อย่างแผ่วเบาด้วยกลัวว่าจะทำให้แจจุงต้องตื่นขึ้นมา แต่นั่นกลับกลายเป็นว่าเขาทำให้คนขี้เซาขยับตัวเข้ามามากขึ้น จนแทบจะปีนขึ้นมานอนบนตัวเขาอยู่แล้ว ยุนโฮส่ายหน้าช้าๆ ตาเรียวจ้องใบหน้าคนหลับนิ่งนานด้วยแววตาแบบที่ผู้ชายจ้องมองคนรัก…

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่แววตาของเขาเขาเวลาที่มองแจจุงเปลี่ยนไป

ยุนโฮกับแจจุงเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม พวกเขาไม่เคยมีความคิดที่จะแยกจากกันไปไหน แม้ต้องย้ายโรงเรียนเพื่อเข้าเรียนในระดับที่สูงขึ้น ยุนโฮกับแจจุงก็ยังย้ายเข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกัน

ในสายตาของยุนโฮ…แจจุงเป็นเด็กผู้ชายที่ตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ใครๆก็ชอบรุมแกล้ง แต่ถ้าคิดว่าเขาจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวคอยปกป้องแจจุงล่ะก็ คิดผิดถนัด เพราะแม้ว่าแจจุงจะตัวเล็กกว่าเด็กผู้ชายในวัยเดียวกันแต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ ถึงจะถูกกลั่นแกล้งแต่แจจุงก็สู้จนหลังชนฝา นับครั้งได้เลยที่จะเคยเห็นคิมแจจุงร้องไห้ แจจุงเป็นเด็กผู้ชายที่เข้มแข็งมากแต่ด้วยรูปร่างที่ผอมบางและหน้าตาที่มองยังไงก็ดูสวยหวาน ทำให้หลายคนมองแจจุงผิดไป

ตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกันมา ยุนโฮกล้าพูด…ว่าไม่มีใครรู้จักคิมแจจุงดีไปกว่าเขา

แล้วยุนโฮก็รู้ว่าแจจุงไม่ได้ชอบผู้ชายด้วยกัน

แต่ทั้งที่รู้…

แล้วทำไม… 

ถึงห้ามใจตัวเองไม่ได้ก็ไม่รู้



“จับได้คาหนังคาเขาเลย เห็นมั้ยล่ะกูบอกแล้วว่ายุนโฮกับแจจุงมันมีซัมติงซัมรองกัน!” 

ใครบางคนตะโกนลั่นในจังหวะที่ยุนโฮกำลังจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากของคนหลับดังเช่นที่ทำเป็นประจำ ใบหน้าคมหันขวับไปทางต้นเสียงแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจว่า ปาร์คยูชอน คิมจุนซูและชิมชางมินมาอยู่ในห้องเขาได้อย่างไร!

“พวกมึงมาทำบ้าอะไรที่นี่ แล้วเข้ามาในห้องกูได้ยังไง” 

“ไม่เห็นยากนี่” ชางมินเป็นคนตอบคำถามพลางยักไหล่ ก่อนจะชูพวงกุญแจในมือให้ดู “จิ๊กมาจากห้องทำงานของคนดูแลหอ”

“แต่พวกกูเข้ามาได้ยังไงมันไม่สำคัญแล้ว ยุนโฮ…มึงต่างหากที่ต้องเป็นคนอธิบายว่าระหว่างมึงกับไอ้แจตกลงอะไรยังไงกันแน่” ปาร์คยูชอนว่าโดยมีจุนซูพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอยู่ข้างๆ และเพราะเสียงที่พูดคุยกันดังเกินกว่าที่แจจุงจะนอนหลับต่อไปได้ ร่างบางขยับกายหยุกหยิก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย

“พวกมึง…มาทำอะไรแต่เช้าวะ” คนเพิ่งตื่นอ้าปากหาวโดยไม่คิดจะยกมือขึ้นปิด

“ก็มาดูให้เห็นกับตาไงว่าพอลับหลังพวกกู มึงกับยุนโฮทำอะไรกัน”

“ทำอะไรวะ” ใบหน้าสวยหันมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างงงๆ

“ยังมีหน้ามาถาม บอกพวกกูมาซะดีกว่าว่าพวกมึงคบกันมานานแค่ไหนแล้ว”

“ห๊ะ?” ได้ยินแบบนี้แล้วแจจุงถึงกับตื่นเต็มตา ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น “พวกมึงพูดเรื่องบ้าบออะไรกันอยู่เนี่ย ฮ่าๆๆ กูกับยุนโฮเนี่ยนะคบกัน ฮ่าๆๆๆ”

“ถ้าไม่ได้คบ แล้วที่พวกกูเห็นเมื่อกี๊คืออะไร” ชางมินถามจริงจัง

“อะไรล่ะที่มึงเห็น”

“ยุนโฮจูบมึง”

“ไร้สาระ” คนถูกกล่าวหาส่ายหน้าช้าๆ พร้อมทำสีหน้าเอือมระอา “ทำไมกูจะต้องจูบไอ้แจมันด้วย?”

“ก็พวกกูเห็นกับตา”

“แล้วมีหลักฐานมั้ยล่ะ”

“….”

“ถ้าไม่มีก็หุบปากไป…ที่พวกมึงเห็นมันไม่ใช่อย่างที่คิด กูแค่เอามือปัดผมออกจากหน้าผากไอ้แจมันก็เท่านั้น” ชองยุนโฮกำลังโกหกได้อย่างแนบเนียน แต่นี่ก็เพื่อรักษามิตรภาพระหว่างเขาและแจจุงเอาไว้ จะให้แจจุงรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าความจริงแล้วเขาคิดอะไร หากแจจุงรู้ความจริงขึ้นมาเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ของเราสองคนคงขาดสะบั้นลงเมื่อนั้น 

“สามต่อหนึ่ง ก็แล้วแต่มึงแล้วกันว่าจะเชื่อใคร” ชางมินว่าด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เพราะดูเหมือนไม่ว่ายังไง แจจุงก็เชื่อคำพูดของยุนโฮมากกว่าพวกเขา ก็ใช่สิ…แจจุงกับยุนโฮเป็นเพื่อนรักกันนี่! รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยประถม ไม่ใช่เพื่อนที่มาเจอกันตอนมัธยมปลายอย่างพวกเขา 

“แต่ยังไงก็ไม่เข้าใจ” จุนซูเอ่ยขึ้นมา “ทำไมยุนโฮกับแจจุงต้องลากเตียงมาติดกัน แถมยังนอนกอดกันด้วย?”

ยูชอนกับชางมินพยักหน้าหงึกหงัก พวกเขาเองก็งุนงงกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันว่าทำไมเตียงของหอพักขนาดสามฟุตครึ่งสองหลังถึงได้ถูกลากมาตั้งติดกันจนกลายเป็นเตียงขนาดซุปเปอร์คิงไซส์ไปแล้ว!

“เรื่องเตียงกูเป็นคนบอกให้ยุนโฮลากมาต่อกันเองแหละ ก็กูนอนดิ้นนี่หว่า แล้วก็ไม่ชินกับเตียงหอพักเล็กๆ แบบนี้”

“แล้วกูกับไอ้แจก็ไม่ได้นอนกอดกัน แต่ไอ้แจมันนอนดิ้นมาเบียดกูเอง กูไม่ถีบมันตกเตียงก็ดีเท่าไหร่แล้ว” 

คำตอบของแจจุงกับยุนโฮอาจจะฟังดูมีเหตุผล แต่สำหรับคนที่เข้ามาเห็นกับตาว่าชองยุนโฮมองคิมแจจุงด้วยสายตาแบบไหน แล้วยุนโฮทำอะไรตอนที่แจจุงหลับอย่างยูชอน จุนซูและชางมิน…นี่ไม่ใช่คำตอบที่มีน้ำหนักพอจะเชื่อถือได้

ทั้งสามคนถอนหายใจพร้อมๆ กัน

“โกหกคนอื่นได้ก็โกหกไป แต่มึงโกหกตัวเองไม่ได้หรอกยุนโฮ” ว่าแค่นี้ก่อนที่ชางมินจะเดินออกจากห้องไป

“รู้อะไรมั้ย…ขนาดกูกับจุนซูเป็นแฟนกัน ยังไม่นอนด้วยกันแบบนี้เลย” ยูชอนทิ้งท้ายแล้วจูงมือจุนซูเดินตามชางมินไปติดๆ

.
.

“ถ้ามันทำให้ลำบากใจ เราแยกกันนอนก็ได้นะ” 

ยุนโฮเป็นฝ่ายเอ่ยถามหลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอยู่พักใหญ่ เขาไม่รู้ว่าแจจุงกำลังคิดอะไรหรือจะเชื่อที่ยูชอน ชางมินและจุนซูบอกมากน้อยแค่ไหน เขาไม่อยากให้แจจุงคิดมาก ไม่อยากให้แจจุงคลางแคลงใจในความรู้สึกของเขา

“กูต่างหากที่ควรเป็นฝ่ายพูดคำนี้…ถ้าการที่กูนอนดิ้นไปเบียดมึงทุกคืนมันทำให้มึงลำบากจนอยากถีบกูตกเตียงล่ะก็ แยกกันนอนก็ได้นะ” ริมฝีปากอิ่มเบ้น้อยๆ อย่างแสนงอนจนยุนโฮอดจะรู้สึกผิดไม่ได้ 

เพราะแจจุงยังคงเป็นแจจุงคนเดิม…คนที่ไว้ใจเขาเสมอไม่ว่าเรื่องอะไร 

แต่เขานี่สิกลับทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่เพื่อนมีให้ด้วยการคิดไม่ซื่อกับเพื่อนรัก

ยุนโฮหัวเราะก่อนจะผลักศีรษะเล็กเบาๆ “คิดมากน่า…” 

ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำแต่คนสวยที่ไม่ชอบให้ใครชมว่าตัวเองสวยก็รั้งไว้

“ยุนโฮ”

“หืม?”

มึงไม่ได้จูบกูจริงๆ…ใช่มั้ย

แจจุงอยากจะถามออกไปแบบนี้ แต่ก็เกิดเปลี่ยนใจ “…ช่างเหอะ”

ในเมื่อยุนโฮบอกว่าไม่…ก็คือไม่ หากพลั้งปากถามออกไปจะกลายเป็นว่าเขาไม่เชื่อใจยุนโฮเอาเปล่าๆ 
แต่ถ้ายุนโฮโกหกล่ะ ถ้าความจริงเป็นอย่างที่สามคนนั้นว่า…

“ไม่ต้องคิดมากหรอก” ร่างสูงถอดเสื้อกล้ามโยนลงตะกร้า พร้อมทั้งหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาพาดบ่าแล้วหันมามองหน้าคนที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงอย่างจริงจัง “กูก็เหมือนมึงแหละแจจุง กูไม่ได้ชอบผู้ชาย วางใจได้”

สาบานว่าได้ชองยุนโฮไม่ได้โกหก เพราะเขาไม่ได้วิปริตผิดเพศ เขาไม่ได้นิยมชมชอบผู้ชายด้วยกันแม้แต่น้อย แต่ผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาต้องหวั่นไหวคือแจจุง เพราะฉะนั้นจะมาโทษเขาฝ่ายเดียงคงไม่ได้ คนผิดคือแจจุงต่างหาก 

ไม่รู้ว่าพ่อแม่เลี้ยงด้วยอะไร ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้นทุกวันจนผู้ชายทั้งแท่งยอมถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์มาตามจีบ แล้วนับประสาอะไรกับคนใกล้ชิดอย่างเขา คนที่อยู่ใกล้เพียงแค่ลมหายใจคั่น…เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ แล้วจะไม่ให้หวั่นไหวได้ยังไง

แจจุงถอนหายใจหลังจากที่ยุนโฮเดินเข้าห้องน้ำไป

นั่นสินะ…ยุนโฮเป็นผู้ชายเหมือนกันกับเขา แล้วจะทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง

ที่ฝันว่ายุนโฮจูบหน้าผากเขาทุกๆ วัน…มันก็เป็นแค่ความฝันจริงๆ สินะ





-------------------------------------



เช้าวันจันทร์ที่โต๊ะหินอ่อนซึ่งเป็นที่ประจำของกลุ่มหนุ่มหล่อทั้งห้า แจจุงกำลังนั่งปั่นการบ้านวิชาเขียนแบบที่ต้องส่งในคาบบ่ายนี้เพียงลำพังโดยมีงานของยุนโฮที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นต้นแบบวางอยู่ข้างๆ ไม่นานนัก ยูชอน จุนซูและชางมินก็ตามมาสมทบ

“ยุนโฮไปไหนซะล่ะ”

“จะไปรู้มันหรอ กูไม่ได้ตัวติดกับมันนี่หว่า” แจจุงตอบคำถามยูชอนโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาจากงานที่ทำอยู่ ชางมินที่เลือกนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแจจุงยกมือขึ้นเท้าคางมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ จนคนถูกจ้องรู้สึกได้ต้องเอ่ยปากถาม

“มีอะไร?” 

“พวกกูกล้าสาบาน…ว่าเมื่อวานกูเห็นยุนโฮมันแอบจูบหน้าผากมึงจริงๆ นะ” ไม่พูดเปล่า ใช้นิ้วชี้จิ้มตรงกลางหน้าผากของแจจุง

มือที่กำลังจับดินสอลากเส้นลงบนกระดาษถึงกับชะงักค้าง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แจจุงเงยหน้าขึ้นสบตาชางมินตรงๆ

“แล้วจะพูดเรื่องนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ จะจูบหรือไม่จูบมันสำคัญยังไง”

“สำคัญตรงที่ยุนโฮมันกำลังคิดไม่ซื่อกับมึงไง”

“ถ้าจะบอกว่ายุนโฮมันแอบชอบกูอยู่ล่ะก็ เลิกคิดไปได้เลย ไอ้ยุนโฮมันไม่ได้ชอบผู้ชาย แล้วกูก็ไม่ได้นอนเตียงเดียวกับมันเป็นครั้งแรกสักหน่อย กูเป็นรูมเมทมันมาปีครึ่งแล้วนะ ก่อนหน้านั้นก็ไปนอนที่บ้านมันบ่อยๆ ถ้ามันคิดอะไรกับกูจริงล่ะก็มันคงจับกูปล้ำไปนานแล้ว!”

“รู้ได้ไงว่ามันไม่ได้ชอบผู้ชาย”

“…”

“ที่ผ่านมาเคยเห็นมันมีแฟนหรือควงสาวที่ไหนรึเปล่าล่ะ? …ก็ไม่”

“ที่มันไม่มีแฟนก็เป็นความผิดพวกของมึงไม่ใช่หรือไง ยุให้กูจูบกับมันต่อหน้าน้องๆ จนเค้าเข้าใจผิดว่ามันเป็นเกย์น่ะ!!”

“เหอะๆ” ปาร์คยูชอนหัวเราะแทรกขึ้นมาก่อนส่ายหน้า “มึงน่ะ…ไม่รู้อะไรซะแล้วแจจุง คนอย่างชองยุนโฮน่ะหรอจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเกย์ ถ้าคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเข้าหามันล่ะก็…คิดผิดแล้ว”

“เท่าที่กูรู้…สาวๆ ตามติดมันเป็นขบวน แม้แต่ดาวมหา’ลัยอย่างปาร์คกาฮีก็ด้วย แต่มันไม่สนใจใครสักคน แล้วที่มึงไม่เคยรู้ ก็เพราะมันไม่อยากให้มึงรู้มากกว่า” ชางมินเสริม

“คือ…ไม่อยากขัดหรอกนะ…” จุนซูว่า “…แต่ถ้ายุนโฮไม่สนผู้หญิงล่ะก็…แล้ว…นั่นอะไร” ใบหน้ากลมพยักพเยิดไปทางสนามบาสเกตบอล แจจุง ยูชอน ชางมินจึงมองตามไปแล้วก็ต้องประหลาดใจกับภาพที่เห็น

ยุนโฮชอบเล่นบาส…คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะเห็นชองยุนโฮอยู่ในสนามบาส 

แต่ที่แปลกคือยุนโฮที่ยืนอยู่ริมสนามโดยมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักคอยใช้ผ้าซับเหงื่อให้อย่างเอาอกเอาใจต่างหาก…

ยุนโฮไม่มีน้องสาว หรือเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิง แจจุงมั่นใจ เพราะถ้ามีแจจุงต้องรู้จัก แล้วผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่…

…คนรักของยุนโฮ…





------------------------------------- 

 
 
 

“แม่งซึมไปเลย เป็นไงล่ะ” 


ชางมินนั่งเท้าคางสังเกตอาการของเพื่อนหน้าหวานอยู่ด้านหลัง 

หลังจากที่ยุนโฮเล่นบาสเสร็จแล้วพาหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนนั้นมาแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักที่โต๊ะ 

เธอชื่อลีจีอึน…เป็นเด็กปีหนึ่งคณะมนุษย์ศาสตร์ ชางมินจำได้ว่าเคยเห็นหน้าเธออยู่สองสามครั้ง และทุกครั้งยุนโฮก็จะอยู่ตรงนั้นกับเขาด้วย ลีจีอึนอาจจะไม่ได้เป็นสต๊อล์กเกอร์ยุนโฮเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ แต่จากสายตาที่ลอบมองมาก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอสนใจยุนโฮอยู่เหมือนกัน 

แต่เขาไม่เข้าใจว่าสองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหน เพราะครั้งล่าสุดที่ชางมินเห็นเธอก็ที่หอสมุดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน วันที่พวกเขาไปหาข้อมูลทำรายงานด้วยกัน เธอทำสีหน้าผิดหวังตอนที่บังเอิญมาเห็นแจจุงนอนหนุนตักยุนโฮอยู่

จะรู้จักกันได้ยังไงก็ช่างมันเถอะ เพราะเมื่อเช้านี้ชองยุนโฮพูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่าจีอึนเป็นแฟนมัน

ไอ้สวยถึงได้มานั่งซึมเป็นลูกแมวถูกทิ้งแบบนี้ไง!

นี่เป็นครั้งแรกที่ยุนโฮไม่ได้เข้าห้องเรียนพร้อมแจจุง ทั้งที่ปกติตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋แท้ๆ เหตุผลก็เพราะชองยุนโฮต้องไปส่งแฟนที่ตึกคณะซึ่งอยู่ห่างจากตึกวิศวะไปประมาณสามช่วงตึก ครั้นจะให้แจจุงเดินไปส่งจีอึนด้วยกันมันก็ใช่ที่ 

ตายยากจริงๆ

ชองยุนโฮผลักประตูห้องเข้ามาพอดีแล้วเดินมานั่งลงตรงที่ประจำข้างๆ แจจุง 
ชางมินหันมาสบตากับยูชอนอย่างรู้กัน 

…เพราะเรื่องสนุกๆ กำลังเกิดขึ้นแล้ว…

แปลกแต่จริงที่วันนี้คิมแจจุงไม่หลับในห้องเรียน แม้ว่าเสียงบรรยายของอาจารย์จะยานคางชวนง่วงมากแค่ไหน แจจุงตั้งใจนั่งเลคเชอร์สิ่งที่อาจารย์สอนตลอดคาบ โดยไม่พูดคุยเล่นหัวกับใครทั้งนั้น ดูตั้งใจมากเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติ กระทั่งออดดังเจ้าตัวก็รีบลุกจากเก้าอี้และทำท่าจะเดินออกไปโดยไม่รอใคร แต่ชองยุนโฮก็ไวกว่าคว้ามือบางไว้ได้ทัน

“เป็นอะไร” ยุนโฮถามสั้นๆ 

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“แล้วจะรีบไปไหน”

“ก็…”

“ไม่พอใจอะไรทำไมไม่พูดกับกูตรงๆ มึงจะโกรธหรือใครงอนใครก็ได้นะแจจุง แต่คนๆ นั้นต้องไม่ใช่กู”

“พระเอกฉิบหาย~” ปาร์คยูชอนกับชิมชางมินหลุดปากออกมาเบาๆ พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย 

แต่จะว่าไปก็ถูกของมัน…เวลาแจจุงมีเรื่องกับใคร คนที่คอยรับฟังและอยู่ข้างๆ แจจุงก็คือยุนโฮ 

ไม่รู้ว่าตอนประถมเป็นยังไงแต่เท่าที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย ยุนโฮกับแจจุงก็ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง ยุนโฮคอยตามใจและยอมให้แจจุงได้ทุกอย่างส่วนแจจุงก็ดูจะเชื่อฟังและเชื่อใจยุนโฮมากที่สุด

โลกแตกแน่ๆ ถ้าแจจุงมีเรื่องผิดใจกับยุนโฮ

คนถูกคาดคั้นถึงกับถอนหายใจ ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะเลคเชอร์ตรงหน้ายุนโฮโดยที่มือยังถูกยุนโฮกุมเอาไว้ 

“อาจจะฟังดูเหมือนกูงี่เง่า…แต่ยอมรับก็ได้ว่ากูงี่เง่าจริงๆ นั่นแหละ” แจจุงเริ่มพูดสิ่งที่อยู่ในใจโดยไม่ยอมสบตากับคนตรงหน้า “กูรู้ว่ามึงต้องรู้ว่ากูจะเป็นแบบนี้ เลยไม่ยอมบอกกูแต่แรกใช่มั้ย”

“มึงเข้าใจที่ไอ้แจมันพูดบ้างป่ะ?” ยูชอนหันไปกระซิบถามชางมิน ซึ่งคนถูกถามสั่นศีรษะแทนคำตอบ

“ทั้งๆ ที่กูต้องรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลาที่ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่ามึงเป็นเกย์ แต่กลับกลายเป็นว่ากูคิดไปเอง รู้สึกผิดไปเองอยู่คนเดียว…ทำไมวะ…แค่บอกสักคำว่าความจริงแล้วมึงมันฮอต มึงป๊อปปูล่าให้หมู่สาวๆ แค่บอกกูแค่นี้มันจะตายหรือไง”

“คือกูไม่ใช่ไอ้ปาร์คนะที่อยู่ดีๆ จะมาบอกว่าตัวเองป๊อปปูล่า” พาดพิงถึงคนข้างหลังด้วยรู้ๆ กันอยู่ว่าปาร์คยูชอนหลงตัวเองมากแค่ไหน แล้วยุนโฮก็ไม่เคยรู้ ไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่ามีใครชื่นชอบเขาบ้าง

“กลัวว่ากูจะอิจฉาหรือไงที่มีสาวๆ มาชอบมึงในขณะที่กูไม่มี เออ!! ใช่สิ กูอิจฉา!!”


.

.

.


“คดีพลิก”

“คิมแจจุงแม่งงี่เง่าได้โล่จริงๆ”


ชางมินกับยูชอนบ่นก่อนจะแข่งกันโยนก้อนหินลงไปในทะเลสาบที่อยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย วิธีนี้ก็ดูจะเป็นการระบายอารมณ์ที่นักศึกษาของมหาลัยแห่งนี้โปรดปรานไปเสียแล้ว

ส่วนเหตุผลที่ทำให้ชางมินกับยูชอนหงุดหงิดจนต้องมาพึ่งสถานที่ระบายอารมณ์ยอดฮิตจะมีเรื่องไหนได้อีกถ้าไม่ใช่เรื่องของคู่หูปากไม่ตรงกับใจ…ชองยุนโฮกับคิมแจจุง

ทั้งที่พวกเขาคิดเห็นตรงกันกันว่าลีจีอึนอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้อะไรๆ มันชัดเจนขึ้นแท้ๆ การมีเธอเข้ามาอาจจะทำให้คนแมนๆ บางคนรู้ใจตัวเองก็เป็นได้ เรื่องมันคงจะง่ายเหมือนนิยายแนวเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อทั่วๆ ไป ที่พอไอ้สวยมันรู้ใจตัวเองแล้วก็จะตีตัวออกห่างจนในที่สุดอีกฝ่ายก็ต้องตามง้อ พอรู้ว่าต่างคนต่างใจตรงกันไอ้หล่อก็จะเลิกกับแฟนแล้วมาคบกับไอ้สวยแทน 

เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้สิ

แต่แจจุงกลับบอกว่าเหตุผลที่ตัวเองงี่เง่า ไม่พูดไม่จากับยุนโฮไม่ได้เป็นเพราะรู้ใจตัวเองในตอนเกือบสาย 
แต่มันงี่เง่าเพราะอิจฉาที่ยุนโฮบังอาจมีแฟนก่อนมัน

ในตอนที่ยุนโฮลากแจจุงออกจากห้องหลังจากทำการง้อไอ้หน้าสวยสำเร็จด้วยการบอกว่าจะเลี้ยงข้าวพร้อมกับสัญญาอย่างจริงจังว่าจะแนะนำเพื่อนๆ ของจีอึนให้แจจุงรู้จัก นาทีนั้นปาร์คยูชอนกับชิมชางมินถึงกับหลุดปากออกมาด้วยประโยคเดียวกันว่า…

“กูอยากจะบ้า”



“หรือว่ายุนโฮกับแจจุงจะไม่ได้คิดอะไรกันจริงๆ” จุนซูที่ตามมาสมทบทีหลังเพราะวิชาเมื่อครู่นี้ไม่ได้เรียนด้วยกันออกความเห็นหลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากคนรัก

ไม่มีทาง” ชางมินกับยูชอนหันมาบอกพร้อมๆ กัน

“ก็เห็นกับตาว่าวันนั้นไอ้ยุนโฮมันแอบจูบหน้าผากแจจุงจริงๆ เพื่อนกันเค้าไม่ทำแบบนี้หรอกนะ ต่อให้สนิทกันมากแค่ไหนก็เถอะ” ชางมินว่า

“แล้วเห็นได้ชัดๆ ว่ายุนโฮมันคบกับจีอึนเพื่อจะเอามาเป็นข้ออ้างว่ามันไม่ได้คิดอะไรกับแจจุง คิดดูสิ…ที่ผ่านมามันเคยสนใจใครที่ไหน แล้วพอถูกพวกเราจับได้ อยู่ๆ แม่งก็มีแฟนซะงั้นอ่ะ” ยูชอนเสริม

“แล้วยังไงล่ะ…ก็ในเมื่อยุนโฮชอบแจจุง แต่แจจุงไม่ได้ชอบผู้ชาย”

จุนซูทำให้ยูชอนกับชางมินต้องเงียบไปพักใหญ่ 

“ไม่หรอก…” แต่แล้วอยู่ๆ ชางมินก็เอ่ยขึ้น “อย่าลืมสิว่ายุนโฮมันก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย”

“…”

“ถ้าเป็นยุนโฮกับแจจุงแล้วล่ะก็ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแหละ”




----------------------------------------




“เป็นอะไรอีก หืม?...ทำหน้าแบบนี้ไม่ชอบโบรัมหรอ” 

ยุนโฮผลักศีรษะเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดูขณะที่พวกเขาเดินกลับหอพักด้วยกันในช่วงหัวค่ำ หลังจากทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัย มื้อนี้ยุนโฮเป็นเจ้ามือโดยชวนคนรักอย่างลีจีอึนกับเพื่อนสนิทของจีอึนที่ชื่อจอนโบรัมมาด้วย 

ก็สัญญาไว้แล้วนี่ว่าจะแนะนำเพื่อนของจีอึนให้แจจุงรู้จัก แจจุงก็ดูสนุกสนานดีเวลาที่อยู่ต่อหน้าจีอึนกับโบรัม แต่พอแยกกับสองสาวแล้วกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับเสียอย่างนั้น

คนถูกถามไหวไหล่ ก่อนจะหยุดเดินเมื่อมาถึงสะพานข้ามคลองเล็กๆ หน้าหอ

“ไม่รู้สิ…โบรัมก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่ดูเหมือนเค้าจะไม่ชอบกูยังไงไม่รู้สิ”

“คิดมากไปรึเปล่าวะ” เรียวแขนแกร่งพาดลงบนไหล่บาง 

แจจุงส่ายหน้า ดวงตามองจ้องไปยังลำคลองสีเข้ม 

“แววตาที่โบรัมมองกู มันไม่เหมือนกับที่จีอึนมองมึงเลยสักนิด” พูดแล้วก็ถอนหายใจออกมายาวๆ 

เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้ออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง เวลาที่โบรัมมองเขา…แจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นได้แค่เพื่อนของเธอเพียงเท่านั้น เธอไม่ได้มองเขาในฐานะของผู้ชายคนหนึ่งเหมือนที่จีอึนมองยุนโฮ พอคิดแบบนี้แล้วมันก็รู้สึกร้อนๆ ที่ขอบตาอย่างบอกไม่ถูก

“ถามจริงๆ” พลิกตัวหันกลับมาจ้องหน้าเพื่อนสนิทตรงๆ ก่อนรัวคำถามใส่เป็นชุด “มึงรู้จักกับจีอึนได้ยังไง ชอบเธอตรงไหน แล้วจีบเธอติดได้ยังไง”

ทำเอายุนโฮอ้าปากค้างน้อยๆ เพราะไม่รู้จะตอบคำถามไหนก่อนดี

“ที่ถามนี่ไม่ได้อะไรนะ แค่…เผื่อว่ากูจะยืมไปใช้จีบสาวบ้าง ก็ตอนนี้มึงมีแฟนแล้วใช่มั้ยล่ะ เราคงจะได้อยู่ด้วยกันน้อยลง กูไม่ยอมทนเหงาคนเดียวหรอกนะ…” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี สองแก้มก็ถูกมือใหญ่กุมเอาไว้ 

ยุนโฮมองแจจุงด้วยแววตาจริงจัง

“มึงกับกูคบกันมากี่ปีแล้ว แค่ผู้หญิงคนเดียวไม่ทำให้มิตรภาพระหว่างกูกับมึงสั่นคลอนได้หรอกนะ วันหนึ่งข้างหน้ากูกับจีอึนอาจจะเลิกกัน…แต่กูกับมึงจะเป็นเพื่อนกันไปจนวันตาย” 

“ยุนโฮ…”

“หืม?”

“ขนลุกว่ะ~” พ่อคนแมนทำเสียบรรยากาศหมด มือบางดึงมือใหญ่ออกจากแก้ม ไม่รู้เพราะอุณหภูมิจากฝ่ามือของยุนโฮหรือเปล่าที่ทำให้แจจุงรู้สึกหน้าร้อนผ่าวนิดๆ “แต่มันก็…ซึ้งดีนะ”

แจจุงยิ้ม…เป็นรอยยิ้มที่ยุนโฮรู้ดีว่าแจจุงกำลังเขิน

ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เมื่ออยู่ดีๆ ยุนโฮก็ดึงตัวแจจุงมากอดเอาไว้ ใบหน้าสวยแนบชิดกับอกแกร่งจนอดสงสัยไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ยุนโฮสูงกว่าเขามากขนาดนี้…

จมูกโด่งแอบสูดดมความหอมจากกลุ่มผมนุ่ม ก่อนเอ่ยเบาๆ ข้างหู “ขออยู่แบบนี้สักพักนะ”

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจ และถึงแม้จะถูกกอดแน่นจนขยับตัวแทบไม่ได้ แต่แจจุงก็ยอมพยักหน้าแต่โดยดี

ก็เพื่อนกันนี่…ทำไมจะกอดกันไม่ได้ ที่ตรงนี้ก็ลมแรงมากจนทำให้รู้สึกได้ถึงความหนาว ถูกกอดอยู่แบบนี้ก็อุ่นดีไม่ใช่หรือไง และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่ถูกยุนโฮกอด แล้วทำไมถึงได้ใจเต้นแรงกว่าทุกๆ ครั้ง

คงเป็นเพราะตื้นตันใจล่ะมั้ง ที่ยุนโฮบอกว่าจะเป็นเพื่อนกับเขาไปจนวันตาย

แต่ก็นั่นแหละ

เป็นได้แค่เพื่อนไปจนวันตาย


.

.


หนึ่งอาทิตย์ต่อมา จีอึนก็เป็นฝ่ายบอกเลิกยุนโฮ 

ส่วนเหตุผลน่ะหรอ…


“ก็ยุนโฮแม่งเล่นพกไอ้แจติดตัวไปทุกที่แบบนั้นอ่ะ ใครทนได้ก็บ้าแล้ว!”

“แล้วคิดดู หน้าตาแบบคิมแจจุงน่ะ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะอยากอยู่ใกล้วะ ต่อให้สวยแค่ไหนก็หมองอ่ะเมื่อเจอมัน”

ก็เป็นอย่างที่ยูชอนกับชางมินว่านั่นแหละ

ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของยุนโฮกับแจจุงแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป คนสำคัญที่สุดสำหรับยุนโฮก็ยังคงเป็นแจจุงคนเดิม…คนเดียว แม้จะมีจีอึนเป็นแฟน แต่ยุนโฮก็ไม่เคยปล่อยให้แจจุงต้องเหงา แม้แต่ตอนที่ไปเดทกันยุนโฮยังหิ้วเอาแจจุงไปด้วย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะทนได้ ต่อให้ยุนโฮหล่อบาดใจแค่ไหนก็เลิก

แต่น่าแปลก คนถูกบอกเลิกกลับไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย 

ไม่ใช่แค่ไม่ทุกข์…แต่ดูมีความสุขมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

“กูชักทนไม่ไหวแล้วนะ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่องไม่จบแน่ ยุนโฮแม่งจอมแถ ส่วนไอ้แจก็ไม่รู้ใจตัวเองสักที ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปมันก็เป็นได้แค่เพื่อนกันจนวันตายนั่นแหละ” ปาร์คยูชอนระเบิดออกมาเป็นชุดในบ่ายวันหนึ่ง

“กูว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ คราวก่อนเราไม่มีหลักฐาน ไอ้แจมันเลยไม่เชื่อ” ชางมินว่า ซึ่งยูชอนก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“เอากล้องเข้าไปซ่อนในห้องมันดีมั้ยวะ”

“เบสิกไป คนอย่างชองยุนโฮต้องเจออะไรที่มากกว่านั้น แล้วอีกอย่าง…เรื่องวันนั้นคงทำให้มันระวังตัวมากขึ้น มันคงไม่กล้าทำอะไรไอ้แจให้เราเก็บเป็นหลักฐานได้หรอก” 

“แล้วมึงจะทำอะไร?”

“เดี๋ยวมึงก็รู้”

ชิมชางมินยิ้มร้ายกาจ ยุนโฮมีแฟนแจจุงอาจจะไม่สะทกสะท้าน เพราะว่ามันยังไม่รู้ใจตัวเอง 

กลับกัน…ถ้าคิมแจจุงมีแฟนขึ้นมาล่ะ? 

ถึงตอนนั้น…ชองยุนโฮจะทุรนทุรายแค่ไหน เดี๋ยวก็รู้




----------------------------------------




ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีวันนี้…

วันที่มีหญิงสาวหน้าตาดีเดินมาหาแจจุงที่โต๊ะกินข้าวประจำกลุ่มพร้อมกับแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ เธอคือลีจูยอน…เป็นนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ชั้นปีสอง เธอบอกว่าเธอสนใจแจจุงมาพักใหญ่แล้ว และถ้าไม่รังเกียจ เธอก็อยากจะลองคบหากับแจจุงดู แล้วคิมแจจุงคนแมนก็ตอบรับคำขอของเธอโดยไม่ถามความเห็นยุนโฮเลยสักคำ

แต่ยุนโฮจะว่าอะไรได้ล่ะ 

ในเมื่อยุนโฮมีแฟนได้ แล้วทำไมแจจุงจะมีแฟนบ้างไม่ได้?




“ยุนโฮ ไอ้แจไปไหนวะ” ยูชอนมันใช้ตำราแคลคูลัสสะกิดยุนโฮ ขณะนั่งลงที่โต๊ะประจำพร้อมกับจุนซูและชางมิน

“ไปกับจูยอน” น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นราบเรียบไม่ต่างจากใบหน้า

ชางมินสบตากับยูชอนอย่างมีความหมายก่อนจะพากันถอนหายใจยาวๆ 

“ถามจริงๆ มึงไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไงวะที่ไอ้แจติดแฟนแบบนี้” ชางมินขึ้นเสียงเล็กน้อยอย่างเหลืออด 

จากวันนั้นจนถึงตอนนี้...เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนมาแล้วที่แจจุงคบหากับลีจูยอน 

เขาคิดว่าถ้าแจจุงมีแฟนบ้างแล้วยุนโฮจะเป็นฝ่ายร้อนรนจนทนไม่ได้จนต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แต่ข้อสันนิษฐานของชางมินก็ผิดพลาดทั้งหมด ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะชองยุนโฮแม่งเป็นเย็นชาเกินไป เย็นชาจนไร้ความรู้สึก

ยุนโฮไม่ได้แสดงความรู้สึกใดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้งี่เง่าที่แจจุงมีแฟนแล้วตัวเองไม่มีเหมือนไอ้สวย ยุนโฮยังคงทำตัวเหมือนเดิม พูดคุยเล่นหัวกับแจจุงเหมือนเดิม แถมตอนที่แจจุงไปเดท ยุนโฮก็ไม่ได้ตามไอ้แจไปเป็นก้างขวางคออย่างที่แจจุงเคยทำกับยุนโฮและจีอึน จนตอนนี้แจจุงแม่งติดแฟนมากกว่าติดยุนโฮเสียอีก

“จะให้กูรู้สึกอะไรล่ะ” คำตอบของไอ้หล่อหน้านิ่งทำชางมินกับยูชอนแทบบ้า

“เออ...ทำเป็นนิ่งไปเหอะ กูรู้นะว่าความจริงข้างในมึงอ่ะโคตรร้าว” ยูชอนเยาะเย้ย

“พูดเรื่องบ้าบออะไรวะ”

“ไม่ต้องมาแถ ไอ้แจมันไม่ได้อยู่แถวนี้”

“...” นั่นไง...แม่งเงียบไปเลย

“อันที่จริง พวกกูมีอะไรจะบอก...”

“อะไร?”

“อีกสองวัน ไอ้แจมันจะถูกจูยอนบอกเลิก”

“ทำไมล่ะ กูก็เห็นมันเอาอกเอาใจแฟนมันดีไม่ใช่หรอ” น้ำเสียงติดจะน้อยใจนิดๆ ชิมชางมินจับได้

“ไอ้แจมันหลงแฟนมันน่ะใช่ กูใช้คำว่าหลงนะไม่ใช่รัก...เพราะมันไม่เคยมีแฟน ไม่แปลกหรอกถ้ามันจะหลง แล้วจูยอนก็น่ารักดีใช่มั้ยล่ะ กูเลือกเองกับมือเชียวนะ แต่ประเด็นคือจูยอนไม่ได้คิดอะไรกับมันไง” ชางมินทำให้ยุนโฮต้องคิ้วขมวด

“หมายความว่าไง”

“มึงคิดจริงๆ หรอยุนโฮว่าหน้าอย่างเพื่อนรักมึงจะมีผู้หญิงที่ไหนมาชอบ”

“...”

“ลีจูยอนเป็นเด็กของป๋ากูเอง ป๋ากูส่งเสียอยู่ แล้วกูก็จ้างเธอให้มาเป็นแฟนกับไอ้แจมันเดือนนึง แล้วอีกสองวันจะหมดสัญญา” ยูชอนว่า

"เพื่ออะไร??”

“ก็เพื่อมึงไง กูคิดว่าถ้าไอ้แจมันมีแฟน แล้วมึงจะหึงหวงมันจนออกอาการบ้าง แต่น่าผิดหวังจริงๆ ที่มึงป๊อดขนาดนี้”

“จะป๊อดไม่ป๊อดมันก็เรื่องของกู พวกมึงเสือกอะไร” ความจริงที่ได้รู้ทำให้ยุนโฮเริ่มฉุน ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้

“อ้าวไอ้เชี่ยย พวกกูหวังดีแท้ๆ”

"เก็บความหวังดีของพวกมึงไปไกลๆ เลย คบกับมันมากี่ปีไม่รู้หรือไงว่าไอ้แจมันเป็นคนยังไง ทำเป็นจับคู่ให้กูกับมันดีนักแล้วถ้ากูต้องเสียมันไปพวกมึงจะรับผิดชอบยังไงไหว"

"กูต่างหากที่ควรจะถามว่ามึงคบกับไอ้แจมันมากี่ปี ไม่รู้หรือไงว่าความจริงแล้วมันรู้สึกยังไง!!"

"..."

"มึงมันขี้ขลาดยุนโฮ กลัวแต่จะเสียมันไปจนไม่กล้าทำอะไร สักวันมึงได้เสียมันไปจริงๆ แน่" 
ชางมินลุกขึ้นมายืนจ้องตายุนโฮ พูดจบก็เดินจากไปโดยมีปาร์คยูชอนตามไปติดๆ 




โต๊ะหินอ่อนที่ประจำของยุนโฮ แจจุง ชางมิน ยูชอนและจุนซูอยู่ใต้ร่มตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งมีห้องพักอาจารย์อยู่บนชั้นสอง โชคไม่ดีนักที่แจจุงดันนึกขึ้นได้ว่ายังไงไม่ได้ส่งงานวิชาอาจารย์แฮวอน จึงรีบปลีกตัวจากจูยอนกลับไปเอางานที่หอพักเพื่อเอามาส่งที่โต๊ะ

ตอนออกจากห้องพักอาจารย์ แจจุงเห็นชางมินกับยูชอนกำลังเดินมาที่โต๊ะประจำของพวกเขา เขาโบกมือเรียกพวกมันจากระเบียงชั้นสอง แต่ดูเหมือนพวกมันจะมองไม่เห็น แจจุงกำลังจะเดินลงไปหาหายุนโฮ ยูชอนและชางมิน แต่สิ่งที่ได้ยินก็ทำให้แจจุงเกิดเปลี่ยนใจ ยกมือขึ้นมาเท้าคางกับระเบียงแล้วฟังเงียบๆ 


แล้วความจริงที่ได้รู้ก็ทำให้คนสวยต้องถอนหายใจยาวๆ
 




---------------------------------------- 




 
“เดินดีๆ สิวะ...ถึงห้องแล้ว...ถึงแล้ว เอ้า!”

ยุนโฮปล่อยร่างของเพื่อนรักทิ้งลงบนเตียงหลังจากหิ้วปีกมันกลับมาจากร้านเหล้าหลังมหาลัย ใบหน้าคมส่ายช้าๆ พลางถอนหายใจให้กับสภาพของคนตัวบางที่ตอนนี้เมาเหมือนหมา...แล้วดูทำหน้าเข้าสิ แม่งจะยั่วเขาไปถึงไหน?

เป็นอย่างที่ชางมินกับยูชอนพูดไว้ไม่มีผิดว่าวันนี้ไอ้แจมันจะถูกแฟนสาวบอกเลิก มันเลยเฮิร์ทจัดหนักคนเดียวที่ร้านเหล้า พอเมาได้ที่แล้วก็โทรหาเพื่อนรักให้มาหิ้วปีกกลับ เพราะไม่อย่างนั้นแจจุงมันได้นอนข้างถนนแน่ๆ

“ยุนโฮ๊!! มึงบอกกูมาสิ ว่ากูมันไม่ดีตรงหนายยย” คนเมาเริ่มแหกปาก ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ใบหน้าสวยแดงก่ำ ในดวงตามีน้ำใสๆ เอ่อคลออยู่ 

ไม่มีประโยชน์ที่จะเอ่ยคำพูดปลอบใจในยามนี้ ยุนโฮจัดการลากคนบนเตียงให้นอนเป็นที่เป็นทางก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนพื้นเตียงข้างๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกให้

เขาชอบไอ้แจตอนเมานะ มันน่ารักอย่าบอกใคร

หน้ามันจะแดงๆ ปากก็บวมๆ แล้วยิ่งมันเมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งขี้อ้อนมากเท่านั้น

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มันเมาเพราะอกหัก เหตุผลนี้ทำให้ยุนโฮอยากจะปล่อยเพื่อนรักนอนตากยุงอยู่ข้างนอกซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่คนมันเมาจะไปรู้เรื่องอะไร แจจุงไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจหรอกว่าเพื่อนคนนี้ก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ยิ่งเห็นว่าแจจุงเฮิร์ทมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น...ทำไมล่ะ ลีจูยอนสำคัญมากนักหรือไง ถึงทำให้แจจุงทำร้ายตัวเองได้ขนาดนี้ 

ก็ตอนที่เขาเลิกกับจีอึน เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจแม้แต่นิด

แบบนี้มันน่าหงุดหงิดชะมัด

“ยูนโฮ...ทำไม ไม่มีใครรักกูสักคน”

“ก็กูนี่ไงที่รักมึงจนแทบบ้า” ตอบกลับไปอย่างเหลืออด 

ไม่เป็นไร...ไอ้แจมันเมา มันไม่รู้เรื่องอะไร 

สร่างเมาเมื่อไหร่เดี๋ยวก็ลืม

“ไอเชี่ยยย กูม่ายเชื่อ มึงอ่ะตัวดี...มึงนั่นแหละ ที่ไม่รักกู”

“โวยวายอะไรมึงเนี่ย”

“ถ้ามึงรักกู ก็จูบกูสิ”

“...”

“จูบเร็วเซ่!”

“ไอ้แจ มึงเมา รีบหุบปากแล้วนอนซะ”

“เห็นมั้ย แม้แต่มึงก็ไม่ร๊ากกู”

“อย่าพูดบ้าๆ” กูรักมึงจะตายห่า ช่วยรับรู้สักนิดเหอะ

“รังเกียจหรืองาย ที่กูเป็นผู้ชาย”

“นอนซะ”

“จูบก่อน”

“...”

“ยูนโฮววว”

“เชี่ย!” มึงยั่วกูเองนะ

“อื้ออออออออ~”

เสียงสุดท้ายที่ดังมาจากคนใต้ร่างคือเสียงครางอื้ออึงอยู่ในลำคอเมื่อริมฝีปากถูกประกบปิด สาบานได้ว่ายุนโฮไม่ได้มีเจตนาจะฉกฉวยโอกาสในยามที่เพื่อนไร้สติ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ไอ้แจมันก็ไม่ยอมหุบปาก อย่างที่บอกนั่นแหละว่ามันเมา มันไม่รู้เรื่องอะไร สร่างเมาเมื่อไหร่เดี๋ยวมันก็ลืม

แต่ถ้ามันเกิดจำได้ขึ้นมา...?

ก็ช่างแม่งเหอะ



.

.



คนตัวบางสร่างเมาในตอนเช้ามืด ไม่บ่อยนักหรอกที่แจจุงจะตื่นก่อนยุนโฮ แล้วก็ไม่บ่อยนักที่แจจุงจะได้รับรู้ว่าตัวเองนอนกับยุนโฮในสภาพแบบไหน

ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่คนอื่นเข้ามาเห็นแล้วจะเข้าใจผิดว่าเขากับยุนโฮคบกัน ก็ไอ้การที่เขาเอาหัวซบอกยุนโฮแล้วยุนโฮก็กอดเขาเอาไว้แบบนั้นตลอดเวลาที่หลับ นี่มัน...ดูยังไงก็ผัวเมียกันชัดๆ ไม่ใช่หรือไง

จะยังไงก็ช่าง ตอนนี้แจจุงมุดตัวออกจากอ้อมแขนของเพื่อนรัก ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวให้หอมฟุ้งเสียใหม่แล้วออกมานั่งเล่นที่ระเบียงหอหักพัก คิดอะไรเงียบๆ อยู่พักใหญ่ พลางใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือไล้เบาๆ ที่ริมฝีปาก 

จนถึงตอนนี้แจจุงยังรู้สึกได้ถึงความร้อนจากเรียวปากของยุนโฮอยู่เลย...

ยุนโฮไม่รู้หรือไงว่าแอลกอฮอล์แค่ทำให้สติสัมปชัญญะของคนเราลดน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้อะไร
ไม่สิ...ก็เขาเองไม่ใช่หรือไงที่หาเรื่องยุนโฮก่อน

“เฮ้ออ...”

แจจุงถอนหายใจพอดีกับที่ยุนโฮเลื่อนประตูกระจกเปิดออก แล้วชะโงกหน้ามามองหาเขา 

“เป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าหนีไปฆ่าตัวตายที่ไหนซะแล้ว มานั่งอยู่นี่เอง” 
ร่างสูงเดินออกมาเต็มตัวแล้วนั่งลงบนพื้น เอนหลังพิงลูกกรงระเบียงฝั่งตรงข้ามกับที่แจจุงนั่ง

คนหน้าสวยหลุดหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่ายุนโฮยังอยู่ในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นตัวเก่ง ยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาด้วยซ้ำ

“กูไม่บ้าขนาดนั้นหรอกน่า กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว”

“แหม...ทีเมื่อคืนไม่เห็นคิดได้แบบนี้นะมึง” ทำเอาเขาเดือดร้อน เพราะจูบกับมันแล้วดันมีอารมณ์ ต้องเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปค่อนคืน

ฟ้ากำลังเปลี่ยนสี ยุนโฮกับแจจุงนั่งมองแสงแรกที่ถักทอเป็นเส้นสีทองบนท้องฟ้าด้วยกัน

“สวยเนอะ”

“อืม”

“แล้วระหว่างกูกับท้องฟ้าตอนนี้ อะไรสวยกว่ากัน” ยุนโฮมองคนตาโตอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเบือนหน้าหนี ผิวแก้มคร้ามแดดเรื่อสีเข้มขึ้นเล็กน้อย แจจุงยิ้มมุมปาก แล้วเอ่ยต่อโดยไม่รอฟังคำตอบ “ความจริงกูก็รู้แหละ ว่าที่คนอื่นเค้าพูดกันมันจริง...เรื่องที่กูสวยกว่าผู้หญิง เพียงแต่กูไม่อยากจะยอมรับ”

“...”

“แต่ไหนแต่ไร มึงเป็นคนเดียวที่กูเชื่อฟัง”

“...”

“ถ้าตอนนี้มึงพูดมาว่ากูสวย...กูอาจจะยอมรับก็ได้”

“เมาค้างหรือไง” ร่างสูงกว่าเลี่ยงที่จะพูดในสิ่งที่แจจุงต้องการ

“แค่ตอบมาว่ามึงเห็นกูเป็นยังไงนี่มันจะตายหรือไงวะ”

“...”

“...”

“สวย” ตอบสั้นๆ ก่อนลุกยืนขึ้น กำลังจะเดินเข้าห้องไป อีกประโยคหนึ่งก็ดังลอดไรฟันออกมา “...จนกูอยากเอาทำเมียเลยล่ะ” 

ทิ้งให้คนฟังต้องนั่งหน้าแดงอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งฟ้าสว่าง





--------------------------------------------





“กูไม่รู้ กูไม่สน กูไม่อะไรกับพวกมึงสองคนแล้ว แต่บอกกูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น แม่งอีรุงตังนังมากอ่ะ!”

“พูดเรื่องอะไร กูไม่เข้าใจ” คิ้วหนาขมวดชนกันอีกครั้งเมื่อชางมินมาโวยวายใส่เขาในเช้าวันหนึ่ง หลังจากที่มันไม่ยอมพูดกับเขาอยู่หลายวัน สงสัยเพราะเคืองเรื่องวันนั้น... 

“สองวันก่อนไอ้แจถูกบอกเลิก มันเฮิร์ท แดกเหล้า” ยูชอนว่า

“มาวันนี้ มันมีแฟนใหม่” ชางมินบอก

“แล้วแฟนใหม่มันก็ไม่ธรรมดามากๆๆๆๆ”

“ทำไมวะ แฟนใหม่มันมีสามหัวหรือไง” ยุนโฮถามพร้อมกลั้วหัวเราะ มิน่าล่ะ...คิมแจจุงถึงได้ออกไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงห้องตั้งนานสองนาน

“เฮ้! นี่ไม่ตลกนะเพื่อน” ชางมินทำหน้าซีเรียส 

“บอกตรงๆ กูเครียดมากอ่ะ” ยูชอนเองก็มีสีหน้าแบบเดียวกัน

“เอาล่ะ...พวกมึง ใครสักคนก็ได้บอกกูทีว่าตกลงไอ้แจมีแฟนแล้วมันไม่ธรรมดายังไง?”

“แฟนใหม่ไอ้แจมันเป็นผู้ชาย!”

ชองยุนโฮรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัวแรงๆ เขาหูฝาดไปหรือเปล่านะ คนแมนๆ อย่างคิมแจจุงเนี่ยนะจะมีแฟนเป็นผู้ชาย 

บางทีชางมินกับยูชอนอาจจะอำเขาเล่นก็ได้ 

เขาไม่มีวันเชื่อหรอกจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง


แลมโบกีนี่สีเหลืองคันงามแล่นผ่านโต๊ะประจำกลุ่มของพวกเขาไปจอดที่หน้าตึกคณะ ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าของรถคันนี้ 

ร่างสูงโปร่งของลีมินโฮเปิดประตูและก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเจ้าชาย ก็ไอ้หมอนี่มันเป็นเจ้าชายจริงๆ ... เจ้าชายแห่งวงการนักว่ายน้ำ นั่นแหละฉายาของลีมินโฮ แต่มันมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ได้ข่าวว่าอยู่คณะบริหารไม่ใช่หรอ? 

แล้วคำตอบก็ปรากฏแก่สายตา

เมื่อคนที่ลงมาจากรถคันงามโดยมีมินโฮคอยเปิดประตูให้ไม่ใช่ใครที่ไหน...

“นั่นไงล่ะ แฟนมัน” ชางมินบอก แต่มันไม่จำเป็นเลยก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าคนที่นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของมินโฮนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน

คิมแจจุงของพวกเขาเอง


ถ้าจะมีใครในตอนนี้ที่ดูอารมณ์ดีมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นชางมินกับยูชอนนี่แหละ เพราะตั้งแต่จับตาดูความคืบหน้าของคู่ไอ้สวยกับไอ้หล่อมา ชองยุนโฮมีอาการได้ดั่งใจพวกเขามากที่สุดก็วันนี้

เหตุการณ์มันคล้ายๆ กับตอนนั้น วันที่ไอ้แจรู้ว่ายุนโฮมีแฟนแล้วออกอาการงี่เง่า 
แต่คราวนี้คนที่งี่เง่า แล้วก็ดูหงุดหงิดมากๆ กลับกลายเป็นชองยุนโฮแทน 

วันนี้ยุนโฮไม่ได้นั่งข้างแจจุง เขาสลับที่กับจุนซูแล้วไปนั่งข้างหลัง ไม่ได้ตั้งใจเรียนอย่างที่แจจุงทำในวันนั้น แต่กลับจ้องมองศีรษะด้านหลังของแจจุงเขม็งตลอดทั้งคาบ แล้วทันทีที่อาจารย์เดินออกจากห้อง ยุนโฮก็ลุกพรวดพราดขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปหยุดอยู่ข้างหน้าแจจุง

“กูมีเรื่องอยากคุยกับมึง กูจะไปรอที่ริมทะเลสาบตอนนี้” จบประโยคก็ก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปโดยไม่รอใคร

“แล้วทำไมมันไม่ลากตัวไอ้แจออกไปด้วยกันเลยวะ” ยูชอนโพล่งถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ชางมินหัวเราะเบาๆ

“มึงไม่เข้าใจ พระเอกอ่ะ พระเอก! ถ้าไม่มีฉากรอเก้อก็ไม่ใช่พระเอกสิวะ”

แจจุงทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินในสิ่งที่ชางมินกับยูชอนคุยกัน ลุกขึ้นจากโต๊ะเลคเชอร์แล้วเดินตามยุนโฮออกไป

“เอาไง เสือกมั้ย” ยูชอนหันมาถามคู่หู แต่ชางมินกลับส่ายหน้า

“กูว่าอย่าดีกว่า ตอนนี้เรื่องจบแล้วล่ะ คนเราจะฉลาดขึ้นก็ต้องเคยโง่มาก่อน ตอนนี้ยุนโฮมันคงรู้แล้วว่าต้องทำยังไง แต่ถ้าไม่...มันเสียไอ้แจไปตลอดกาลแน่ๆ” พูดจาดูมีสาระ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ “เฮ้อ...กูหิวแล้ว แดกข้าวกันดีกว่า ไปเถอะ"”

ปาร์คยูชอนสบตากับจุนซูก่อนจะหัวเราะ ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วจูงมือคนรักเดินตามกันออกไป



.
.



ยุนโฮกำลังปาก้อนหินลงไปในน้ำ ทั้งที่เจ้าตัวเคยบอกกับแจจุงว่า "ทำแบบนี้ เดี๋ยวอีกไม่นานทะเลสาบก็ถูกถมด้วยก้อนหินจนเต็มพอดี" แท้ๆ แต่วิธีนี้ก็ดีที่สุดแล้วที่จะใช้ระบายอารมณ์โดยไม่ทำให้ใครสักคนต้องเดือดร้อน

“มีอะไรคุยกันในห้องเรียนก็ได้นี่หว่า ไม่เห็นต้องให้เดินตามมาถึงนี่เลย” บ่นกระปอดกระแปดทันทีที่มาถึงใส่แผ่นหลังกว้างคุ้นตาของเพื่อนรัก

“ทำไม? แค่นี้มึงเดินไม่ได้แล้วหรือไง ถ้าเดินไม่ได้ทำไมไม่เรียกให้แลมโบกีนี่คันเมื่อเช้ามาส่งล่ะ” ยุนโฮหันมาพร้อมพูดจาประชดประชัน

“เป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ยยุนโฮ”

“กูต่างหากที่ต้องถาม ว่ามึงเป็นบ้าอะไรถึงไปคบกับผู้ชายด้วยกัน เป็นเกย์ไปแล้วหรือไง”

แจจุงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "การยอมรับความจริงมันก็ทำให้ชีวิตกูง่ายขึ้นเยอะนะ ไม่ต้องอารมณ์เสียใส่ใครก็ตามที่บอกว่ากูสวย ไม่ต้องตามจีบผู้หญิงให้เมื่อยตุ้มเพราะมีผู้ชายมากมายมารุมจีบกูเอง แค่เลือกเอาสักคน"

“มึงก็เลยเลือกลีมินโฮ?”

“เออ ทำไมวะ...หล่อจะตาย แถมรวยมาก สาวๆ พากันอิจฉากูทั้งมหาลัยแล้วเนี่ย”

“เหตุผลของมึงมีแค่นี้?”

“อือฮึ”

โดยไม่ทันตั้งตัว ไหล่บางถูกดันจนแผ่นหลังติดกับต้นไม้ใหญ้ ยุนโฮกดไหล่แจจุงแน่นจนร่างบางขยับตัวไม่ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ตาเรียวที่เคยมองแจจุงอย่างอ่อนโยนบัดนี้กลับดูดุร้ายน่ากลัวจนแจจุงไม่กล้ามองสบตา

“กูหล่อรึเปล่า” เสียงเบสเอ่ยจริงจัง

“ถามทำไม”

“แค่ตอบมาว่าในสายตามึง กูหล่อกว่าลีมินโฮมั้ย”

“ก็...อือ...” พยักหน้าเบาๆ โดยไม่ได้เงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่ยุนโฮก็ค่อนข้างพอใจในคำตอบที่ได้รับ

“พ่อกูทำธุรกิจส่วนตัว มึงก็รู้ว่าบ้านกูรวยแค่ไหน มึงอยากนั่งแลมโบหรอ? ได้...เดี๋ยววันนี้กูไปถอยมาให้ หรือจะเอาอะไรอีก กูให้มึงได้ทุกอย่าง”

...พลั่ก...

กำปั้นเล็กซัดเข้าที่ใบหน้าหล่อของยุนโฮแรงๆ เสียหนึ่งที แรงจนเกิดบาดแผลตรงมุมปาก มือแกร่งเช็ดเลือดออกก่อนจ้องมองคนที่ทำร้ายร่างกายเขาอย่างไม่เข้าใจ 

“มึงเห็นกูหน้าเงินขนาดนั้นเลยหรือไง”

“...”

“ต่อให้หล่อกว่ามินโฮ รวยกว่ามินโฮแล้วยังไง กูจะคบกับมันมั้ย ถ้ามันไม่ได้รักกู แสรด!” มือบางผลักร่างคนตรงหน้าออกไปห่างๆ แล้วทำเป็นปัดฝุ่นหัวไหล่ข้างที่ถูกจับกดอยู่เมื่อครู่ก่อนเดินจากไป แต่ยุนโฮก็ว่องไวพอที่จะคว้าข้อมือเล็กไว้ได้แล้วออกแรงกระชากร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด “ปล่อยกูนะ!”

“หุบปาก”

“ไอ้เชี่ย!”

“เดี๋ยวก็จูบปิดปากซะนี่”

“หน้าอย่างมึงน่ะหรอจะกล้า ป๊อดซะไม่มี”

“อุ๊ป~!!!”

แล้วแจจุงก็โดนยุนโฮปิดปากจริงๆ พูดอะไรไม่ได้ไปหลายนาที เพราะยุนโฮมันเล่นดูดจนลิ้นชา...

น้ำตารื้นขึ้นมาจนเอ่อคลอเต็มเบ้า "ไอ่สัตว์ มึงจะเอาไงกับกูแน่ยุนโฮ ทำแบบนี้ทำไม"

“เลิกกับมินโฮ แล้วมาคบกับกู”

“อะไรนะ?”

“ก็ถ้ามึงจะเป็นเกย์ ก็มาคบกับกู”

“แล้วทำไมกูต้องทำแบบนั้น”

“เพราะกูรักมึงไง”

“...”

“วันนั้นก็พูดแล้ว นึกว่าจะเข้าใจ...”

“พูดอะไร ตอนไหน”

“มึงสวย สวยจนกูอยากเอาทำเมีย”

“ทะลึ่ง!!” ไอ้สวยตวาด “ยุนโฮ๊...ปล่อยกูซักทีเหอะ กูขอร้อง มึงทำกูเขินจนตัวจะแตกตายแล้วนะ”

ที่เขินไม่ใช่อะไร เพราะตอนที่ถูกยุนโฮกอดอยู่แบบนี้ เส้นทางนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครเดินผ่าน

“บอกก่อนว่าจะคบกัน ไม่งั้นไม่ปล่อย”

“ไม่”

“งั้นก็จะกอดอยู่แบบนี้ล่ะ”

“มึงยังจะเอาอะไรอีก ตอนนี้กูกับมึงไม่ได้คบกันอยู่หรือไง อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน ตัวติดกันจนใครๆ เค้าก็คิดว่าเป็นผัวเมียกันไปหมดแล้ว จะเอาไรอีก!” แจจุงใส่เป็นชุด “แล้วอีกอย่าง รู้ไว้ซะว่ากูไม่ได้เป็นเกย์ แต่แบบว่าเพราะมึงไง เพราะมึงคนเดียวที่ทำให้กูเป็นแบบนี้ กูเป็นได้ทุกอย่างที่มึงอยากให้กูเป็น เพื่อน แฟนหรือเมีย กูยอมทั้งนั้นอ่ะ ขอแค่เป็นมึง...เข้าใจกูบ้างป่ะเนี่ย...ขอแค่เป็นเรา...มีแค่เรา”

“คิมแจจุง”

“อะไรอีกเล่า!”

“มึงมันน่ารัก” ไม่พูดเปล่า หอมแก้มไอ้สวยหนักๆ อย่างมันเขี้ยว

“โอ๊ย...ปล่อยกูได้แล้ว~” พูดไปงั้น ทำเป็นดิ้นไปงั้น แต่ไม่ได้จริงจังอะไร

“แล้วมินโฮ?”

“อ้อ...” ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไร ก่อนหันไปอธิบายด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ “กับมินโฮ ไม่มีอะไร มันเคยจีบกูไงแต่ก็ปฏิเสธมันไปนานแล้ว พอดีเมื่อวานมันโทรมาชวนกูไปดูมันซ้อมเมื่อตอนเช้า กูเลยอาศัยจังหวะนี้ทำให้มึงเข้าใจผิดนิดหน่อย”

“แสบนักนะ”

“ช่วยไม่ได้ มึงมันป๊อดเองนี่หว่า ถ้ากล้าบอกรักกูตั้งแต่แรก ก็ไม่จำเป็นเลยที่กูต้องทำแบบนี้...แต่อย่าเข้าใจผิด เพราะกูไม่เคยรอให้มึงบอกมารัก กูพอใจกับการที่เราเป็นเพื่อนกัน แต่มึงน่ะรนหาที่เอง อยากมีแฟนก่อนกูทำไมเล่า ถ้าชางมินมันไม่จ้างให้จูยอนมาคบกับกู กูก็กะจะหนีไปคบกับมินโฮเหมือนกัน...แล้วบอกตรงๆ กูเซ็งมากนะ ที่มึงดูจะไม่รู้สึกอะไรเลยที่กูคบกับจูยอน ขนาดกูทำเป็นติดแฟนจนลืมเพื่อนอย่างมึงแล้วแท้ๆ แม่งยังไม่สนใจกูอีก กูเกือบถอดใจแล้วจริงๆ คิดว่ามึงคงไม่ได้คิดอะไรกับกูมากไปกว่าเพื่อนกันแล้วซะอีก จนมาได้ยินที่มึงกับพวกไอ้ชางมินคุยกันโดยบังเอิญ”

“บังเอิญ?”

“อื้อ...ตอนที่ชางมินบอกความจริงกับมึงเรื่องจูยอนน่ะ กูอยู่ตรงระเบียงห้องพักอาจารย์ชั้นสอง พอดีเอางานไปส่ง...ก็เลย...ได้ยินหมดทุกอย่าง อ้อ! แล้วที่จริงตอนที่เลิกกับจูยอนน่ะ กูแกล้งเฮิร์ทไปงั้นแหละ กูอยากรู้ว่ามึงจะทำยังไง แต่สุดท้ายก็รู้...มึงมันจูบเก่งชะมัด

ยุนโฮอ้าปากค้างน้อยๆ อย่างไม่อยากเชื่อ แต่เขาไม่ยอมให้แจจุงเซอไพรซ์เขาด้วยความจริงอยู่ฝ่ายเดียวหรอก เขาเองก็มีเรื่องอยากบอกแจจุงเหมือนกัน “รู้มั้ยว่าทำไมกูถึงไม่รู้สึกอะไรตอนที่มึงกับจูยอนคบกัน”

“ทำไมล่ะ”

“ก็หน้าอย่างมึงอ่ะนะจะมีเมีย แค่เห็นกูก็ขำแล้ว...เพราะมึงน่ะเหมือนเพื่อนสาวของจูยอนมากกว่า”

“ไอ้เชี่ยยยยยยย ยุนโฮววววววว!!”















FIN.


 
 
 
ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ
 
จากที่กำหนดวันนัดรับเป็นวันที่ 25 และ 26 กุมภาพันธ์ ไปแล้ว
มิ้นท์ก็งานเข้าทันที เพราะสัปดาห์นั้นต้องออกต่างจังหวัดไปทำงานส่งอาจารย์ TT
อยากระเบิดตัวเองเป็นโกโก้ครั้นมากค่ะ จึงขออนุญาตเลื่อนวันนัดรับฟิคของเราออกไป
เป็นวันเสาร์ และอาทิตย์ที่ 10-11 มีนาคม 2555 
 (เลื่อนไปสองอาทิตย์นะคะ เพราะ 4 กับ 5 เราก็ไม่ว่าง TT)
 
สถานที่เดิมคือ ที่ร้าน แมคโดนัลด์ สยามพารากอน (ติดกับฟูจิ) ตั้งแต่เวลา 14.00 - 16.00 น.
สำหรับใครที่ส่งเมลคอนเฟิร์มมาแล้วว่าจะไปรับ 25 หรือ 26
รบกวนส่งมาอีกครั้งนะคะ ว่าจะรับวันเสาร์หรืออาทิตย์
 
มิ้นท์ต้องขอโทษจริงๆ ที่ทำให้วุ่นวาย ทั้งที่ใจจริงอยากทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนนี้แท้ๆ 
สำหรับคนที่จัดส่งทางไปรษณีย์อาจจะส่งให้ช้ากว่ากำหนดเดิมนิดหน่อยนะคะ
เพราะมิ้นท์ต้องเคลียร์การบ้านก่อน แล้วไม่มีใครช่วยแพคฟิคด้วย (มีใครสนใจมาช่วยกันแพคฟิคมั้ยคะ 55)
 
 
แล้วก็ วันนี้เอาปกของทั้งสองเล่มมาให้ดู คลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่นะคะ
 
 
images by free.in.th
 
 
images by free.in.th
 
 
 
ถูกใจไม่ถูกใจยังไงติชมได้นะคะ 
ทั้งสองปกนี้จะถูกส่งเข้าโรงพิมพ์ในวันพรุ่งนี้ เพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนจัดพิมพ์
แล้วมิ้นท์จะส่งยอดที่ต้องพิมพ์ให้กับโรงพิมพ์ในวันจันทร์นี้ 
 
แจ้งเตือนสำหรับใครที่ยังไม่ได้โอนเงิน ปิดโอนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้แล้วนะคะ
ใครจะขอจ่ายสดวันรับฟิค หรือขอโอนเลทส่งเมลมาหามิ้นท์ด่วนเลยนะคะ พร้อมแจ้งรหัสจองด้วย
ใครที่ไม่ได้จอง ยังสามารถสั่งซื้อได้นะคะ รายละเอียดสามารถอ่านได้ในบล็อกนี้
 
 
ขอโทษอีกครั้งที่ทำให้วุ่นวาย
แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ _/\_
 
 
hizukaya
16/2/2555
 
 
 
 
 
 
 
 
เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะคะ

ทั้ง Servant และ Gentleman เลื่อนวันปิดโอนเงินจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์
เป็นวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 24.00 น. นะคะ
ใครที่ยังไม่ได้จอง ยังสามารถสั่งซื้อได้ อ่านรายละเอียดได้จากเอ็นทรี่นี้นะคะ


ว่ากันด้วยเรื่องของปก น้องคนทำฝากบอกว่ายังไม่เสร็จค่ะจริงๆ
เหตุผลหลักมาจากความเรื่องมากของมิ้นท์เอง 
น้องทำมาให้ดูหลายแบบแล้ว แต่ยังไม่ถูกใจสักแบบ แฮ่ TT

สำหรับวันนัดรับ
จะนัดรับฟิควันเสาร์ที่ 25 และวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ นะคะ
ที่ร้าน แมคโดนัลด์ สยามพารากอน (ติดกับฟูจิ) ตั้งแต่เวลา 14.00 - 16.00 น. 
ใครที่แจ้งนัดรับเอาไว้ รบกวนส่งเมลมาแจ้งมิ้นท์ด้วยนะคะว่าสะดวกรับเสาร์หรืออาทิตย์
แจ้งได้ที่เมล white_feathers@hotmail.com หรือทวิตเตอร์ @Hizukaya ก็ได้ค่ะ
อย่าลืมแจ้งรหัสจองด้วยนะคะ
 

กำหนดวันจัดส่งฟิค
มิ้นท์จะทำการส่งฟิคให้ในวันที่ 27-29 กุมภาพันธ์ 2555
และจะแจ้งรหัสพัสดุในวันที่ 1 มีนาคม 2555
 

เรื่องที่จะแจ้งมีเท่านี้ถ้ามีอะไรอัพเดทจะส่งเมลแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ

ขอบคุณค่ะ ^^
 

hizukaya
5/2/2555
 
 
 
 
 
 
 
 
 
.
 
 
 
 
อัพเดตล่าสุดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 20:00 น.
 
สี บลา คือผู้ที่โอนเงินเข้ามาแล้วและทำการแจ้งโอนเรียบร้อยแล้วนะคะ
สี บลา คือผู้ที่แจ้งว่าจะโอนเงินหลังปิดจอง และจ่ายวันรับ
สี บลา ยังไม่ได้โอนเงิน และไม่ได้แจ้งโอนเลท (ถ้ายังจะเอาฟิคอยู่ติดต่อไรเตอร์ด่วนเลยนะคะ)
ทางทวิตเตอร์ @Hizukaya
หรือทางเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/hizukaya
 

Double Click on image to Enlarge.
 


 




 

 

 

สวัสดีปีใหม่นะคะ ^^

ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ในปีใหม่นี้
คิดอะไร หวังสิ่งใด ขอให้สมหวังทุกประการ
ขอให้ทุกคนมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป
และขอให้คำอวยพรนี้ส่งไปถึงผู้ชายที่รักทั้งห้าด้วยเนาะ ^^


เอาล่ะ เข้าเรื่องของเรากันดีกว่า!

จากที่ปิดจองฟิค Servant กับรวมช๊อตฟิค Gentleman ไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา
ตามรายละเอียดในเอ็นทรี่นี้  http://hizukaya.exteen.com/20111104/servant-and-sf-no-3-by-hizukaya-gentleman

แล้ววันนี้ ฮซคย. ถือเอาฤกษ์งามยามดี วันส่งท้ายปีเก่ามาเปิดโอนเงินค่ะ ^^

Servant
Pairing : ยุนแจ ,ยูซู ,ชางมินโฮ
จำนวนหน้า : ประมาณ 400 หน้า 
พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตาขนาด A5
ราคา : 380 บาท


 
SF No.3 by hizukaya "Gentleman"
จำนวนหน้า : มากกว่า 360 หน้า 
พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตาขนาด A5
ราคา : 360 บาท

ประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งหมด 8 เรื่อง
แต่จะโพสในบอร์ด 4 เรื่องดังนี้นะคะ

- Gentleman
- Love Secretary
- Can You Keep Secret?
- Net Cafe!

ส่วนอีก 4 ขอเก็บไว้เซอไพรซ์ทุกคนในเล่มนะคะ


รายละเอียดการโอนเงิน

สำหรับคนที่มีรหัสจองอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว

คิดราคาหนังสือที่สั่งจองให้เรียบร้อย
พร้อมค่าจัดส่งแบบลงทะเบียนเล่มละ 40 บาท

เช่น สั่ง Servant กับ Gentleman และค่าจัดส่ง
380+360+40+40 = 820 บาท

สามารถโอนเงินได้ที่

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยพุทธมณฑลสาย 4
ชื่อบัญชี นางสาวนัยนภางค์ อ่ำสำอางค์
เลขบัญชี  391-207633-1

เมื่อโอนเงินแล้วให้รีบทำการแจ้งโอนที่ hizukaya@hotmail.com
หัวข้ออีเมล "แจ้งโอน"
และแจ้งโอนเงินตามรายละเอียดดังนี้

รหัสจอง :
ยอดเงินที่โอน :
วัน-เวลาที่โอน :

แนบสลิปมาด้วยนะคะ แต่ถ้าไม่สะดวกไม่ต้องก็ได้ แค่แจ้งเวลาที่โอนมาก็พอ ^^


สำหรับคนที่ไม่มีรหัสจอง

จองไม่ทัน แต่ต้องการสั่งซื้อ ก็ยังสามารถสั่งจองได้นะคะ เพราะมิ้นท์ยังไม่ได้นับยอด
อีกอย่าง เพราะฟิคทั้งสองเล่มนี้จะพิมพ์แค่รอบเดียวเท่านั้น ไม่มีการรีปริ้นอีก
จะนับยอดส่งโรงพิมพ์ตามจำนวนคนจองเท่านั้น ใครที่จองไม่ทันแต่ต้องการสั่งซื้ออ่านตรงนี้ดีๆ เน้อ


คำนวนราคาฟิคที่ต้องการ และโอนเงินมาที่

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยพุทธมณฑลสาย 4
ชื่อบัญชี นางสาวนัยนภางค์ อ่ำสำอางค์
เลขบัญชี  391-207633-1

เมื่อโอนเงินแล้วให้รีบทำการแจ้งโอนที่ hizukaya@hotmail.com
หัวข้ออีเมล "แจ้งโอน ไม่มีรหัสจอง"
และแจ้งโอนเงินตามรายละเอียดดังนี้

 

ฟิคที่จอง : ระบุให้ชัดเจนนะคะว่า Servant / Gentleman หรือ Servant และ Gentleman
จำนวนเล่ม : ถ้าสั่งทั้งสองเรื่องให้ใส่ 1 ชุด แต่ถ้าสั่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ใส่ 1 เล่ม นะคะ
User : ยูสเซอร์เนมที่ใช้ในบอร์ด/ชื่อที่ใช้ในการจอง
E-mail :
ชื่อ-นามสกุล :
เบอร์โทรศัพท์ :

วิธีรับฟิค : นัดรับ หรือ จัดส่งทางไปราณีย์
ที่อยู่สำหรับจัดส่ง : ถ้านัดรับไม่ต้องใส่ข้อนี้ก็ได้ค่ะ
ยอดเงินที่โอน :
วัน-เวลาที่โอน :

 

 


แล้ว ฮซคย. จะตอบเมลกลับเพื่อยืนยันการแจ้งโอนนะคะ

 

ปิดโอนเงินวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 24.00 น.


และถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน จะสามารถจัดส่งฟิคให้ได้ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นะคะ
แล้วจะแจ้งวัน เวลาและสถานที่ ให้ทราบอีกทีทางอีเมลสำหรับคนที่จองแบบนัดรับค่ะ

หากมีข้อสงสัยหรือไม่รู้ว่าต้องโอนเงินเท่าไหร่
สอบถามทางทวิตเตอร์ @Hizukaya จะตอบสะดวกกว่านะคะ (ไม่ต้องฟอลโล่กันก็ได้)

สำหรับปกและที่คั่น คาดว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์ช่วงกลางเดือน มกราค่ะ

 

ขอบคุณมากนะคะที่ให้ความเอ็นดูคุณหนูสุดแสบกับคนรับใช้สุดหล่อ >//<

 

 

 

 
 
 
Double Click on image to Enlarge.
 
 
 
Servant
จบในเล่มพร้อมตอนพิเศษ
 
ราคา : 380 บาท
Pairing : ยุนแจ ,ยูซู ,ชางมินโฮ
เรื่องย่อ 
หลังจากที่แม่เสียชีวิตไปเมื่อแปดปีที่แล้วเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ชีวิตของแจจุงก็เปลี่ยนไปจากขาวเป็นดำ เขาเกลียดบ้าน เกลียดพ่อ เกลียดแม่เลี้ยง เกลียดน้องชายคนละแม่ของเขา ทำตัวเสเพล ประชดชีวิต เพราะคิดว่าไม่มีใครรัก ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเอาแจจุงอยู่จนกระทั่งได้พบกับชองยุนโฮ ชายหนุ่มที่มีฐานะเป็นเพียงคนขับรถและผู้ติดตาม ยุนโฮเติมเต็มชีวิตในส่วนที่ขาดหายไปของแจจุง ให้ทั้งความรักความอบอุ่นที่แจจุงไม่เคยได้รับนานแล้วตั้งแต่แม่เสียไป แจจุงรักยุนโฮหมดหัวใจ แต่ความรักครั้งนี้จะโรยด้วยกลีบกุหลาบจริงหรือในเมื่อแจจุงเป็นถึงคุณชายผู้เอาแต่ใจในขณะที่ยุนโฮเป็นแค่คนรับใช้?!
 
 

SF No.3 by hizukaya "Gentleman"
ราคา : 360 บาท
 
อีกครั้งกับการรวมเล่มเรื่องสั้นของ hizukaya
ภายในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งหมด 6 เรื่อง

ฟิคทั้งสองเล่มนี้เปิดให้จองล่วงหน้าอย่างเดียวนะคะ ยังไม่เปิดโอนเงิน
สามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2554

สนใจสามารถสั่งจองได้ดังนี้

ส่งเมลมาจองโดยตั้งหัวข้ออีเมลว่า "จองฟิค"
แล้วกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์ม

ฟิคที่จอง : ระบุให้ชัดเจนนะคะว่า Servant / Gentleman หรือ Servant และ Gentleman
จำนวนเล่ม : ถ้าสั่งทั้งสองเรื่องให้ใส่ 1 ชุด แต่ถ้าสั่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ใส่ 1 เล่ม นะคะ
User : ยูสเซอร์เนมที่ใช้ในบอร์ด/ชื่อที่ใช้ในการจอง
E-mail : 
ชื่อ-นามสกุล : 
เบอร์โทรศัพท์ :
วิธีรับฟิค : นัดรับ หรือ จัดส่งทางไปราณีย์
ที่อยู่สำหรับจัดส่ง : ถ้านัดรับไม่ต้องใส่ข้อนี้ก็ได้ค่ะ
 
ตัวอย่าง
 
ฟิคที่จอง : Servant และ Gentleman
จำนวนเล่ม : 2 ชุด
User : hizukaya
E-mail : white_feathers@hotmail.com
ชื่อ-นามสกุล : อาคานิชิ ฮิซึคายะ
เบอร์โทรศัพท์ : 080-xxx-xxxx
วิธีรับฟิค : นัดรับ
ที่อยู่สำหรับจัดส่ง : -
 
 
ส่งมาที่ E-mail : hizukaya@hotmail.com
 
หลังจากนั้นไรเตอร์จะตอบเมลพร้อมส่งรหัสจองกลับไป เก็บรหัสจองของตัวเองไว้ดีๆนะคะ
จะเปิดให้โอนเงินก็ต่อเมื่อฟิคพร้อมจะเข้าโรงพิมพ์แล้ว
ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาผู้ที่โอนเงินมาล่วงหน้าแล้วต้องรอเป็นเวลานาน 
 
มีปัญหาสามารถสอบถามได้ที่ 
 
E-mail : white_feathers@hotmail.com
Twitter : @Hizukaya
 
 
 
 
ปล. ฟิคจะพิมพ์ตามจำนวนคนจองรอบเดียวเท่านั้นนะคะ ไม่พิมพ์เผื่อ ไม่รีปริ้น
และไม่มีวางขายที่ไหน เพราะมิ้นท์อยากสงวนสิทธิ์ให้สำหรับแฟนฟิคเท่านั้น
 
ปล. II ทั้งสองเล่มยังไม่มีลงบอร์ดที่ไหน ยกเว้นเรื่องสั้นบางเรื่อง 
แต่จะมีตัวอย่างมาให้อ่านเร็วๆนี้ค่ะ 
 
 
ขอบคุณค่ะ ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TVXQ! Fan Fiction Yaoi "My Mafia My Beloved"
Yunho x Jaejung
 
 
Hosting Thanks: THAIHOSTWEB.COM
(ตัวอย่างปกทั้งสองเล่ม)
 



ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่รีปริ้นแล้วจริงๆค่ะ เพราะคราวก่อนก็บอกว่าล็อตสุดท้าย 
แต่พอดีมีคนโอนเงินเกินมาจำนวนที่จองไว้ ทำให้ไรเตอร์ต้องสั่งพิมพ์เพิ่มจนได้ T~T
แล้วการสั่งพิมพ์แต่ละครั้งจะให้สั่งแบบเล่มสองเล่มก็คงไม่มีโรงพิมพ์ไหนพิมพ์ให้ 
ต้อง 20 เล่มขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้นรอบนี้มิ้นท์จะรีปริ้นเป็นรอบสุดท้ายแล้วจริงๆนะคะ
จะมีทั้งหมด 22 ชุด (เล่ม 1 + 2) ของแถมเป็นการ์ด 5 ใบเหมือนรอบจองปกติทุกอย่าง
ขอคนที่อยากได้และพร้อมโอนเงินจริงๆ เท่านั้นนะคะ 

My Mafia My Beloved Vol.1 + Vol.2
ราคาชุดละ 760 บาท + ค่าจัดส่งแบบลงทะเบียน 60 บาท = 820 บาท

คอมเม้นเอ็นทรีย์นี้ตามแบบฟอร์มดังนี้

ชื่อ :
Email :
ฟิคที่สั่ง :
 
ตัวอย่าง
 
ชื่อ : มิ้นท์
Email : white_feathers@hotmail.com
ฟิคที่สั่ง : My Mafia My Beloved Vol.1 + Vol.2

แล้วเดี๋ยวไรเตอร์จะส่งรายละเอียดการโอนเงินไปให้ทางอีเมลนะคะ

สำหรับใครที่มีเล่ม 1 แล้วแต่ยังไม่มีเล่ม 2 ยังสามารถสั่งซื้อเล่มสองได้เรื่อยๆค่ะ
โดยการคอมเม้นชื่อ อีเมลไว้ที่นี่เช่นกัน ส่วนหัวข้อฟิคที่สั่งให้ใส่ว่า "เฉพาะเล่ม 2" นะคะ

กำหนดโอนเงินได้ไม่เกิน 1 อาทิตย์จากวันที่สั่งจองนะคะ
และจะได้รับฟิคประมาณสองอาทิตย์จากวันที่สั่งจอง

มีข้อสงสัยสอบถามได้ทางอีเมล white_feathers@hotmail.com
และทวิตเตอร์ @Hizukaya
 
อย่าโพสถามในนี้นะคะ เพราะมิ้นท์จะไม่ค่อยได้ตอบ ^^
 
สำหรับใครที่อยากได้แต่ไม่เคยอ่านฟิคเรื่องนี้มาก่อนสามารถตามอ่านได้ที่ (คลิกที่รูปด้านล่างค่าา)
 
MY MAFIA  MY BELOVED Vol.1 
 
ขอบคุณค่ะ